10.30.08
somewhere between the moon and the sea
มวลอากาศที่บางเบา
ไอระเหยแห่งผืนน้ำเวิ้งว้าง
ละอองจันทร์ที่ฟุ้งกระจาย
ความเงียบที่สามารถสดับได้
สายลมบางเบาแสนเสียดแทง
บุปผานางหนึ่งถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางรอยแตกแห้งแห่งดินทราย
จากเพียงรากแก้ว เติบโต ผลิใบ และเบ่งบานในที่สุด
สิ่งแรกที่นางเห็นเมื่อลืมตาตื่นขึ้นบนโลกใบนี้
คือร่างมโหฬารของไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
และเป็นสิ่งสุดท้ายในพื้นที่อันแห้งแล้งนั้นด้วยเช่นกัน
แรกเริ่ม นางไม่กล้าชวนไม้ใหญ่คุย
ด้วยรูปร่างทั้ง 2 ที่แตกต่างกัน
จึงกลัวไม้ใหญ่จะไม่พูดคุยกับตน
มากมายวันวารที่ผันผ่าน
คำพูดที่ยังคงถูกเก็บไว้
แววตาที่เพียงจ้องมองออกไป
เพียงเท่านั้น
ความรู้สึกที่แปรเปลี่ยน
จากวินาทีแห่งความสงสัย
กลายเป็นวินาทีแห่งความห่วงหา
จากความเบ่งบานของกลีบใบ
บัดนี้ หลงเหลือเพียงความทรงจำ
จากกลีบใบที่เคยจับจ้องเต็มพื้นที่ก้านกิ่ง
กลับร่วงหล่นไปจับจองอยู่ ณ พื้นเบื้องล่างหมดสิ้น
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนแปร
ดั่งฝูงนกอพยพเปลี่ยนถิ่นฐาน
จากไปไม่หวนคืน
บุปผารู้ดีถึงชะตาตนเอง
ไม่ต่างจากที่รู้ถึงความรู้สึกลึกๆในใจของตน
ความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายเปรียบกับถ้อยคำหรือแม้แต่ท่วงทำนองใดๆได้
แต่กระนั้น กำแพงน้ำแข็งเบื้องหน้ากลับทำให้ทั้ง 2 เหมือนอยู่กันคนละจักรวาล
และในช่วงชีวิตสุดท้ายของนาง
กับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตที่มีอยู่
กับสิ่งแรก สิ่งสุดท้าย และสิ่งสำคัญที่สุด ที่นางได้เคยสัมผัส
เสียงๆหนึ่งหลุดลอยออกมา
ให้มวลอากาศและละอองจันทร์เป็นดั่งพาหนะ
นำพาเอาความรู้สึกทั้งหมดที่มี
ปิดผนึกใส่ซองอย่างดี
เดินทางมุ่งสู่จุดหมาย
ณ ดินแดนแห่งความหวัง