พฤษภาคม 3, 2008

life

Posted in เรื่องสั้น ที่ 11:57 pm โดย lljtheone

ชีวิตเราก็คือการเดินทาง ตั้งแต่เด็กยันโต เราทุกคนล้วนต้องเลือกเส้นทางในการเดินเสมอ ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

บางวันคุณอาจจะสับสนในเรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่างจะสั่งอาหารเมนูไหนดี หรือกระทั่ง จะกินข้าวก่อนหรืออาบน้ำก่อนดีนะ

จะสระผมก่อนหรืออาบน้ำก่อนดี อะไรประมาณนี้ ซึ่งเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยและเป็นกิจวัตรประจำวันของพวกเรา จนเราลืมไปว่า

ครั้งหนึ่ง เราเคยเลือกที่จะอาบน้ำก่อนนะแล้วค่อยกินข้าว มันกลายมาเป็นตัวคุณที่ทำยังนี้มาตลอดด้วยความเคยชิน

ไม่ว่าคุณเลือกอย่างไหนก็ไม่มีปัญหาทั้งนั้นแหละครับ แต่สำหรับเรื่องบางเรื่องของคนวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ

ที่ต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตข้างหน้าทั้งชีวิต ว่าจะไปสิ้นสุดที่ไหน ผมว่ามันออกจะไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไรนัก

เด็กที่เพิ่งผ่านอายุแค่18ปี ทำไมเขาถึงจำเป็นต้องเลือกในตอนนี้ว่าเขาจะทำอะไรต่อไปในวันข้างหน้าตลอดทั้งชีวิต

เพราะตัวเลือกครั้งนี้ไม่เหมือน เรื่องอาบน้ำหรือแปลงฟันก่อนดี เส้นทางที่ต้องเลือกนี้มันใหญ่กว่านั้นมาก คนเราไม่จำเป็นหรอกครับ

ที่ต้องรีบค้นหาตัวเอง แต่ถ้ารู้แล้วก็ดี บางทีบางคนอาจจะเจอเส้นทางที่ถูกสำหรับตัวเองแล้ว แต่เขาอาจจะยังไม่เลือก ด้วยเหตุผลหนึ่ง

เขาเลือกทีจะเดินอ้อมไปก่อน เพื่อเติมเต็มอะไรบางอย่างแล้วจึงวกกลับมา แต่สิ่งที่เขาต้องจำและไม่ลืมคือเส้นทางๆนั้น

แต่ใครจะรุ้ละครับ

ว่าวันหนึ่งเส้นทางที่เขาเลือกเดินแทนอาจจะกลายเป็นเส้นทางที่เขาเดินต่อจนสุดทางโดยไม่หันมามองเส้นทางที่เขา

”เคย”เลือกเลยก็ได้

ขีวิตมีแค่ชีวิตเดียวใช่ครับ และทุกๆทางแยกที่เราเลือกเดินมันก็จะพาไปสู้ปลายทางที่ไม่เหมือนกัน ไม่มีใครถูก อยู่ที่ว่าคุณพอใจหรือเปล่า

แล้วคุณละ กินข้าวหรืออาบน้ำก่อนกัน ? ไม่แน่นานไปคุณอาจจะเปลี่ยนใจสลับบ้างก็ได้นะ

4 ความเห็น »

  1. SSM said,

    ยิ่งเราโตขึ่น เรายิ่งถูกสังคมยัดเยียด ค่านิยม ความเชื่อ บ้าๆบอๆต่างๆใส่ตัวเรามากมาย ต้องทำอย่างนู้น ห้ามทำอย่างนี้ มองไปทางไหนก็มีแต่กรอบ จนมนุษย์เราแทบจะเป็นหุ่นยนต์เข้าไปทุกทีแล้ว เหมือนผลผลิตจากโรงงาน ปั๊มๆกันมา ออกมาก็เหมือนๆกันหมด
    อันที่จริงแล้ว ใช้คำว่า เลือก ก็ไม่ถูกนัก เพราะส่วนใหญ่นั้น ทางเลือกเหล่านั้น เรามักจะไม่ได้เป็นคนเลือกมันด้วยตัวเองหรอก ส่วนใหญ่หนะ สังคมมันเลือกมาให้อยู่แล้ว เราก็แค่มีหน้าที่เดินตามทางที่มีคนทำถนนไว้ให้อย่างดีแล้ว ไม่ต้องคิด ไม่ต้องตัดสินใจอะไร ก็คนส่วนใหญ่เค้าบอกว่าดี มันก็ต้องดีสิ จะไปคิดอะไรให้มันมากมาย จะทำตัวให้ลำบากทำไม ทางเค้าทำไว้ให้ดีแล้ว หน้าที่เราก็แค่เดินไปเรื่อยๆ พบเจอในสิ่งที่คนรุ่นก่อนเค้าเจอมาแล้ว เจอปัญหาเดียวกัน ใช้วิธีแก้ปัญหาเดียวกัน แล้วก็ตายไปเหมือนๆกัน อันที่จริงก็คือ เหมือนกับไม่ได้เกิดมามากกว่า ก็แค่ชีวิตหนึ่งที่เกิดขึ่นมา แล้วก็หายใจปล่อยคาร์บอนสู่โลกไปวันๆ แล้วสุดท้ายก็ถูกย่อยสลายหายไป เท่านั้นเอง

  2. lljtheone said,

    นั้นละคือแก่นของชีวิต ที่เราทุกคนล้วนเกิดมาเดินตามทางที่ถูกปูไว้หมดแล้ว เหล่าบรรพชนทั้งหลายได้สร้างสรรค์ทางเหล่านั้น
    ขึ้นมา และเราคนธรรมดาก็มีหน้าที่แค่เดินตามทางมัน หรือไม่ก็ถูกทิ้งให้อยู่เบื้องหลัง โดยไม่มีใครสนใจ รู้จัก
    จะมีก็แต่พวกมนุษย์ที่พระเจ้าเลือกสรรมาแล้วเท่านั้นละ ที่เรียกตัวเองได้ว่าผู้บุกเบิก แล้วสร้างหนทางใหม่ๆขึ้นมาเองได้
    และทางที่เขาเหล่านั้นทิ้งไว้ ก็จะมีคนร่นหลังเดินตามเขาไปอีกมากมาย
    จนกว่าพวกเขาจะสร้างทางขึ้นมาใหม่ได้เอง
    เขาเหล่านั้นทั้งหลาย(ส่วนใหญ่สิ) ก็ต้องเลือกเอาทางที่เหล่าบรรพชนผู้กล้าได้ถางทางไว้ให้เดินอย่างสบายแล้วทางใดทางหนึ่ง
    แล้วเดินตามไปอย่าง วิถีชีวิตที่ เขาเรียกกันว่า เรียบง่ายแต่มีความสุข ตามที่คนเขานิยามกันมา มีครอบครัง มีลูก มีเงิน มีบ้าน คนที่จะเป็นผู้บุกเบิกนั้นต้องสละเสี่ยงอันตรายเข้าไปในดินแดนที่ไม่มีคนรู้ว่าเป็นยังไง ต้องเอาชนะความกลัวของตัวเองไป
    เขาเหล่านั้นถึงได้รับการยกย่อง จากความดีอันนั้น การจะหาความหมายของชีวิต หรือหาเส้นทางใหม่ๆนั้นไม่ง่ายหรอก
    ต้องสละอะไรบางอย่างเผื่อให้ได้มันมา มันคือการลงทุนด้วยชีวิตเพื่อแลกกับชื่อที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ตลอดไป
    อยู่ที่ว่าคุณจะยอมลงทุน “ด้วยชีวิต” เพื่อตามหาความหมายของ”ชีวิต” มั้ย

    แต่ก็ยังมีคนอีกมากมายที่ใช้ชีวิตอย่างน่าสงสาร เสียทุกอย่างเพื่อไม่ได้อะไรเลย

  3. nikonolism said,

    มึงน่าเรียนคณะนี้จริงๆ 5555

    เค้าเรียกกันว่า ความชอบธรรม หน่ะ
    หรือไม่ก็คำที่พวกเราติดปากว่า socialisation ก็ได้

    ทำไมเราถึงเรียกเค้าว่าบรรพชนผู้กล้าหล่ะ?
    บางที เค้าอาจเป็นแค่คนธรรมดาก็ได้ ใครจะรู้

    คือ ผมถามจริงๆนะ ระบอบกษัตรย์เนี่ย ใครทำให้มันมีขึ้นมาครับ กษัตริย์ก็คือคนธรรมดาไม่ใช่หรอครับ
    ราชวงศ์มาจากไหน ?
    ไม่ใช่ผมรังเกียจระบอบกษัตริย์หรือไม่เชื่อ ลบหลู่นะครับ
    แต่ผมแค่คิดว่าไอเรื่องพวกนี้มันขึ้นกับการปลูกฝังให้เรายอมรับมาตั้งแต่เด็กมากกว่านะ
    เมืองคนส่วนใหญ่ในสังคมเชื่อ ความชอบธรรมในการปกครองย่อมเกิดขึ้น ความชอบธรรมตรงนั้นนำมาสู่อัตตะองค์รวมในบริบทแห่งสังคม

    และเมื่อใครซักคนคิดตามแบบธรรมชาติของมนุษย์ทั่วไปว่า ทำไมเราต้องตามคนอื่น?
    จึงพยายามหาทางแยกออกไป
    ถ้ามันไม่มาก สังคมก็รับได้ ถ้ามันมาก สังคมจะกีดกัน

    ผู้บุกเบิกก็คนธรรมดาแหละ รึไม่จริง

    จริงๆเราว่า ไม่มีใครเสียทุกสิ่งโดยไม่ได้อะไรหรอก ขึ้นกับว่าเค้าจะเรียกสิ่งที่ได้รับว่าสิ่งตอบแทนรึเปล่า แค่นั้นเอง

    ปล. ผมนี่ปัจเจกนิยมเนาะ 5555 naturalism ด้วย 555

  4. lljtheone said,

    กรรม กลายเป็น ชั่วโมง รัฐศาสตร์ไปละ 555


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: