กันยายน 19, 2008

เรื่องราวการเคลื่อนตัวของเม็ดฝนบนกระจก

Posted in บทกวี, ปรัชญา tagged , , , , , ที่ 1:20 am โดย pakornkrit

ฟากฟ้ากว้างใหญ่

บรรจุซึ่งเมฆทึมเทา

ส่งเสียงคำรามดั่งราชสีห์แห่งพงไพร

ละอองความชื้นถูกดูดดึง

ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลแห่งมวลอากา๋ศ

พลันกลุ่มก้อนทึมเทาที่เคยบางเบา

กลับแน่นหนักและหนาทึบขึ้น

จากสีสันแสนขาวนวล

บัดนี้ หลงเหลือเพียงความหมองหม่น

ละอองความชื้นยังคงถูกดูดดึง

โดยปราศจากซึ่งเรี่ยวแรงต่อต้านใดๆ

ราวกับยินดีกับการถูกดูดดึง

เมื่อการรวมตัวเกิดขึ้นในปริมาณที่เพียงพอ

หรือพูดให้ถูก ในปริมาณที่มากเกินไป

การระเบิดครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น ณ กลางฟากฟ้า

แทบจะทันทีที่การระเบิดกำเนิดขึ้น

ละอองน้ำมากมายก็โปรยปรายลงสู่พื้นดิน

ราวสัตว์ป่าที่ถูกกักขังมาเป็นเวลานาน

ถูกปลดปล่อยตัวสู่อิสรภาพ

ดิ่งลง

กระทบพื้นผิว

แหลกสลาย

กลายเป็นไอ

ระเหย

ลอยสูงขึ้น

กลับสู่ฟากฟ้า

ดังเดิม

รอคอยเพียง

การดูดดึง

เพื่อกลับมา

ร่วงหล่น

ครั้งแล้ว

ครั้งเล่า

Advertisements

กันยายน 16, 2008

time-worthness

Posted in นอกเรื่อง tagged ที่ 1:47 am โดย nikonolism

ค่าของเวลา

เวลา ผ่านไปไม่ย่อนกลับ เราได้ยินมาบ่อยมากเนาะครับ
จริงๆแล้ว ผมคิดว่า ผมยังไม่น่าจะถึงวัยที่จะมาพูดแบบนี้นะ 555
คือ ตอนนี้ ผมอยากเป็นอะไรก็ได้ ที่จะทำให้เวลาผมมีจำกัดลง ผมอยากรู้ เวลาผมจะหมดลงเมื่อไหร่
บอกตามตรงนะ ผมอยากเป็น มะเร็ง ครับ

บ้าเนาะครับ

ผมคิดว่า ผมยังไม่รู้ค่าของเวลามากพอ อย่างน้อย ถ้าผมมีอะไรมาขีดเส้น ผมน่าจะรู้ค่าของมันมากกว่านี้
คิดว่าอย่างไรกันครับ ?

ขอโทษนะครับ อาจจะฟังดูน่าเบื่อ 555
คือ พอผมเจอเค้า ผมก็ไม่ได้อะไรหรอกครับช่วงแรกๆ แต่มาถึงตอนนี้ ที่เราค่อนข้างห่างกันไป ผมคิดว่า เวลามีค่ามากนะครับ
เวลาที่เราอยู่ที่นี่ มันจะยาวนานซักแค่ไหนกัน
ผมอยากทำอะไรให้ยิ่งใหญ่ ให้คนจำผมได้ < คงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการนะครับ 555 ต้องการที่จะ อยู่ ตลอดไป
การ ไม่อยู่ นี่ผมว่า น่ากลัวเหมือนกันนะครับ
ดูสารคดีมากๆ สัตว์ถูกกิน ผมคิดว่าถ้าเป็นตัวเอง น่าจะน่าเศร้าน่าดูครับ ไม่ใช่เพราะผมตายนะ แต่เพราะผมจะ”หาย”ไปนี่สิ
ผมกลัวการไม่มีตัวตนนะ ผมเป็นพวกวัตถุนิยมครับ 555

แล้ว เวลา เกี่ยวอะไร ?

นั่นสินะ มันเกี่ยวอะไร

Time flies by , I stand still . It doesn’t matter how long I will last , as long as I still have time .
Someday , time’s up…what then ?
I want to give me a certain limitation of time .
I want to make “more” worth of time .
Many things haven’t been done , many one I haven’t said ” I love ya! ”
Now , I am setting my goals in my life and trying to accomplish them every single time I had a chance .
I will do this , I will do that…
I’ve done this , I’ve just done that !
Many places need-visited ; Tokyo , Kirkwall , Himalaya , Hong Kong , etc.
I have already lost 19 years of these worthful times with nothing !
I am now gaining my time back . I will do things I want . I will go where I want .
I love photographing , I love travelling , I like flying , I love going alone or with my best-known ones .

เขียนภาษาอังกฤษ เอิ๊ก

ต่ออีกหน่อยนะครับ

อย่างที่ผมบอกไว้ ผมเสียเวลาไปแล้ว 19 ปีเต็มๆ กับอะไรก็ไม่รู้
บางที ตอนนี้ ผมน่าจะเริ่มทำตามที่ตัวเองต้องการ เมื่อยังมีโอกาสและเวลาเหลืออยู่
ผมไม่รู้ ผมจะตายเมื่อไหร่ ผมไม่รู้มันจะนานแค่ไหนที่ผมจะมีลมหายใจและมีแรงอยู่
ผมไม่รู้อีกนานแค่ไหนที่ผมจะมีอิสระ
ผมอยากแต่งงานตอนอายุ 26 จากนั้น ผมคงทำอะไรไม่ได้มากแล้วมั๊งครับ

อีก 7 ปี เท่านั้นเอง
2,555 วัน(เลขสวยแฮะ)
ผมจะทำอะไรได้บ้างนะ

ตอนนี้…ใครอยากไปหิมาลัยกับผมบ้างครับ ?
ผมฟิตร่างกายดีกว่านะ เผื่อจะได้ไปกับเขาบ้าง 555

 

ผมเหลือ 7 ปี แล้วคุณ มีกี่ปีครับ ?

กันยายน 3, 2008

ของเล่นชิ้นสุดท้าย

Posted in เรื่องสั้น, เรื่องเล็ก tagged , , , , , , , ที่ 2:14 am โดย pakornkrit

ท่ามกลางความอบอ้าวของแดดยามบ่าย

ยามบ่ายที่ผู้คนต่างรีบเร่ง

บ้าง รีบเร่งเพราะมีบางสิ่งบางอย่างคอยอยู่

บ้าง รีบเร่งเพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องการไปหา

บ้าง รีบเร่งเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องหยุดอยู่กับที่

แต่ท่ามกลางความรีบเร่งนั้น ยังมีสถานที่อยู่สถานที่หนึ่งที่เวลายังคงเหมือนถูกหยุดไว้

โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งใจกลางเมืองใหญ่

ที่สนามเด็กเล่นหน้าโรงเรียน

เด็กมากมายกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน อย่างไม่รู้จักเบื่อหน่ายกับเครื่องเล่นชิ้นเดิมๆ

ในขณะที่นอกรั้วนั้น

ผู้คนมากมายต่างเร่งรีบราวกับจะเหลือเวลาบนโลกนี้อีกเพียงวินาทีเดียว

เด็กน้อยคนหนึ่งจ้องมองผู้คนเหล่านั้น แล้วเกิดข้อสงสัยขึ้น

และตั้งคำถามถึงสิ่งที่เห็น กับครูของตน

“เค้ารีบไปทำงาน เพื่อจะได้มีเงินเยอะๆ” ครูตอบ

เด็กน้อยได้ฟังดังนั้น ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า ทำไมแค่กระดาษแผ่นเดียวถึงเป็นเหตุให้ผู้คนต้องทำเช่นนั้น

แต่ก็เก็บคำถามเหล่านั้นไว้ในใจ และกลับไปเล่นกับเพื่อนต่อ

ขณะกำลังเล่นเครื่องเล่นกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน ครูก็มาเรียกให้เข้าห้อง

ด้วยความติดเครื่องเล่น ทำให้ในตอนนี้ในสนามเหลือเพียงเด็กน้อยคนเดียว

และขณะที่กำลังจะกลับเข้าห้องนั้น เด็กน้อยก็สังเกตุเห็นบางสิ่งบางอย่างตกอยู่ที่ข้างรั้ว

เมื่อเข้าไปใกล้ ก็ำพบว่ามันคือกระดาษแผ่นหนึ่งสีม่วงเข้ม

เด็กน้อยรู้ในทันทีว่ากระดาษแผ่นนั้นคือแบงค์ 500 ที่คนที่เดินผ่านไปมาคงจะเผลอทำตกไว้

เด็กน้อยค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อจ้องมองสิ่งนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ขณะนี้ ระยะระหว่างเด็กน้อยและกระดาษแผ่นนั้นห่างกันเพียงไม่กี่คืบ

เด็กน้อยกำลังลังเลอยู่ว่าตนเองควรทำเช่นไรดี

“คุณครูเคยสอนว่า ถ้าเจอของตก ให้เอาไปให้ตำรวจ” เด็กน้อยคิด

มือของเด็กน้อยค่อยๆเอื้อมไปหากระดาษแผ่นนั้นช้าๆ

แต่กลับเหมือนกระดาษแผ่นนั้นเป็นฝ่ายเคลื่อนที่เข้ามาหามือของเด็กน้อยเอง

เหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ที่มือเล็กๆข้างนั้นจะเอื้อมไปถึง แต่เด็กน้อยกลับหยุดมือไว้

ชั่วขณะนั้น คำตอบของครูแวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง

“ถ้ามีเงินเยอะๆ ก็ไม่ต้องรีบเร่งแบบคนพวกนั้น” เด็กน้อยคิด

เด็กน้อยหันมองรอบๆตัว ให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น

แล้วจึงเอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้น

โดยหารู้ไม่ว่า นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป

ชีวิตของตนเองจะเปลี่ยนแปลงไป

ตลอดกาล …..