ตุลาคม 5, 2008

สัมผัสที่ด้านชา

Posted in เรื่องเล็ก tagged , , , , , ที่ 2:57 am โดย pakornkrit

“ดูสิ หมอกลง สงสัยจะเข้าหน้าหนาวแล้ว”

คำพูดแสนธรรมดาประโยคหนึ่ง ถูกส่งเข้าสู่ระบบประสาทสัมผัสการได้ยินของผม และถูกส่งต่อให้สมองของผมประมวลผล

ผมรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับคำพูดธรรมดาๆประโยคนี้ และผู้ที่พูดประโยคนี้ใส่หูผมคือ คุณลุงคนขับรถแท๊กซี่คนหนึ่ง ลุงแกพูดประโยคนี้ด้วยความรู้สึกดีใจนิดๆ ผมจับได้จากน้ำเสียงและท่าทางจากการแสดงสีหน้าของแกหลังจากพูดประโยคนี้เสร็จสิ้น และจากการสังเกตุของผมที่ลึกขึ้นไปอีก ผมพอจะเดาได้ว่าลุงแกไม่ใช่คนกรุงเทพ ส่วนแกจะมาจากที่ไหนนั้น ผมไม่ทราบได้ ตัวผมเองนั้น เป็นคนกรุงเทพ ตั้งแต่เกิด มาถึงตรงนี้เริ่มรู้สึกอะไรบ้างรึยัง ผมเองนั้นรู้สึกเจ็บใจนิดๆ ที่ทั้งๆที่เราเกิดและโตมาที่นี่แท้ๆ แต่แค่การเปลี่ยนแปลงแค่นี้เรายังไม่รู้ หรือบางทีอาจจะรู้ แต่เราปฏิเสธที่จะรับรู้มันไป ซึ่งมาลองคิดดูดีๆแล้ว ผมไม่เคยได้สนใจเรื่องพวกนี้มาหลายปีแล้ว คือเรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ กว่าจะรู้ตัวอีกที่ก็คือสังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงจากคนรอบตัว เช่น คนเริ่มพกร่ม คนเริ่มใส่เสื้อหนาว โดยไม่เคยคิดสงสัยหรือตั้งคำถามเลยว่า การเปลี่ยนแปลงนี้มันเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ หรือ นี่มันเข้าหน้าหนาวแล้วหรือ จนเมื่อได้ยินคำพูดแสนธรรมดาประโยคนี้จากปากของลุงแก ทำให้ผมต้องลองเอามาคิดดูว่า เพราะอะไร แค่เรื่องแค่นี้ เราถึงละเลยมันไป เพราะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรรึเปล่า หรือเพราะว่า ความรู้สึก ของเรานั้นมันด้านชาไปหมดแล้ว กับการที่เราอาศัยอยู่ในเมือง สัมผัสกับสิ่งเดิมๆอยู่ทุกวัน

เห็นแสงสีเส้นสายเดิมๆ

ได้ยินเสียงหนวกหูเดิมๆ

รับรสชาติอาหารเดิมๆ

สูดดมกลิ่นมลพิษเดิมๆ

และสัมผัสจากวัตถุแข็งกระด้างเดิมๆ

การที่เราเจออะไรเดิมๆเข้าทุกๆวัน เปลี่ยนแปลงตัวเรา ให้กลายเป็นคนด้านชาต่อความรู้สึกต่างๆที่ผ่านเข้ามารอบตัวเรา นั้นคือความรู้สึกที่ผมรู้สึกหลังจากได้ยินคำพูดของลุงแก และก็มีอีกคำถามหนึ่งตามมา นั้นก็คือ ทุกๆวันที่ผ่านมาในชีวิตของเรา เราได้พลาดอะไรไปบ้างรึเปล่า จากความรู้สึกอันด้านชานี้ ช่วงเวลาที่ดอกไม้ดอกหนึ่งเบ่งบานขึ้นมาบนโลกใบนี้ หรือ วินาทีที่สายรุ้งปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า กระทั่ง แสงอาทิตย์ที่สาดประกายแสงเป็นครั้งสุดท้ายในรอบวัน สิ่งต่างๆเหล่านี้ผ่านเข้ามาในชีวิตเราตลอดเวลา แทบทุกวัน เพียงแต่เราปฏิเสธที่จะรับรู้มัน และคิดไปเพียงแค่ ความสุขจากการพักผ่อนต้องอยู่ที่ทะเล อยู่ที่ภูเขา หรือที่ต่างๆ เราจึงเห็นรถมากมายหลั่งไหลออกจากกรุงเมื่อวันหยุดยาว หรือเทศกาลต่างๆเดินทางมาถึง ทั้งๆที่บางคนใช้ชีวิตอยู่บนถนนเยอะกว่าที่ทะเลซะอีก! เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นปรกติไปซะแล้ว และทุกๆคนต่างก็ปฏิบัติตาม โดยไม่เคยคิดแม้แต่จะตั้งคำถามกับมัน กระทั่งความหมายของคำว่า ความสุข เราก็ไม่เคยมีโอกาสนิยามถึงความหมายของมันเลยด้วยซ้ำไป

บางทีความสุขมันก็ไม่ได้อยู่ไกลอย่างที่คิด

เพียงแต่เรามองข้ามมันไป ละเลยมันไป

———-

ก่อนเดินเข้าบ้านวันนี้ ผมแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนอยู่ชั่วครู่หนึ่ง

และพบว่าดวงดาวบนท้องฟ้าในวันนี้ มันสวยงามกว่าเคย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: