พฤศจิกายน 1, 2008

มนุษย์

Posted in ปรัชญา ที่ 4:52 pm โดย abdunng

คำถามที่ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไรนั้นมักจะผุดขึ้นมาในใจของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่เราว่างเหลือเชื่อจนไม่รู้จะคิดอะไรแล้ว หรือช่วงเวลาที่เราผิดหวัง อย่างเหลือเชื่อ

คำถามที่ว่านี้ค่อนข้างจะเป็นคำถามที่มีคำตอบหลากหลายไม่ว่าจะเป็นคำตอบที่ฟังดูเห็นแก่ตัว หรือไม่เห็นแก่ตัว แย่ หรือไม่แย่ก็ขึ้นอยู่กับความคิดการหล่อหลอมของคนตอบเอง ซึ่งก็สามารถที่จะสะท้อนความเป็นตัวตนของคนๆนั้นออกมาได้ถ้าเรารู้จักที่จะมอง

มีคำตอบนึงจากคำถามนี้ที่ผมรู้สึกไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งก็คือ

“เราเกิดมาเพื่อทำความดี”

จากที่ผมเห็นนั้นมนุษย์ไม่มีทางเลยที่จะเกิดมาเพื่อทำความดีเนื่องจาก ถ้าปล่อยคนๆหนึ่งให้อยู่ตามลำพังโดยปราศจากการขัดเกลาจากใครใดๆแล้วก็ตาม คนๆนั้นย่อมที่จะไม่มีทางเลยที่จะตรัศรู้เห็นชอบชั่วดีได้อย่างแน่นอน การที่ผมมองอย่างนี้เป็นเพราะว่ามนุษย์เราเกิดมาเป็น”ผ้าดำ”

จะเห็นได้ว่าตั้งแต่เราๆเกิดมาก็มีความเห็นแก่ตัวตั้งแต่เด็กก็มีความเห็นแก่ตัวว่าถ้าต้องการสิ่งนั้น แล้วไม่ได้ก็จะแสดงกิริยาอย่างหนึ่งออกมาก็คือการร้องไห้ แต่เมื่อเรายิ่งโตขึ้นการแสดงออกที่เห็นแก่ตัวก็จะน้อยลงไป เนื่องจากการอบรม(ยกเว้นคนที่ได้รับการอบรมแย่ก็จะยังคงเป็น”ผ้าดำ”ต่อไป) เป็นกระบวนการที่ทำให้เราขาวขึ้น ซึ่งจุดนี้แหละที่จะดูกันได้ว่าใครคือผ้าขาวใครคือผ้าดำ

แต่ก็ไม่มีใครที่จะดำล้วนหรือขาวล้วนอย่างแน่นอนเลย จึงเกิด

“ผ้าเทา”ขึ้น

จะเทาเข้มเทาอ่อน หรือแทบจะขาวล้วน หรือดำล้วนเท่าไหร่ก็แล้วแต่ตัวคุณ คุณเป็นผ้าเทาแบบไหนกันละ

2 ความเห็น »

  1. SSM said,

    ผมกลับมองต่่างออกไปนะ ผมมองว่าทุกคนเกิดมาล้วนเป็นผ้าขาว เราเกิดมาไม่มีอะไรเลย ว่างเปล่า จนเมื่อโตขึ้น จึงโดน “คนรุ่นก่อน” ยัดเยียดอะไรต่างๆมากมาย ต้องมีบ้าน มีรถ มีเพื่อน มีแฟน กระทั่ง มี”ตัวตน” โดยลืมนึกไปว่ามนุษย์เรานั้นเริ่มจากศูนย์ และสุดท้ายก็ต้องกลับไปเป็นศูนย์อยู่ดีๆเมื่อตายไป ฟังดูเหมือนหลักคำสอนเชยๆ แต่มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนไม่กล้ายอมรับความจริงตรงนี้ สุดท้ายแล้วเราทุกคนก็ต้องตาย อยู่ที่เราเลือกที่จะใช้ชีวิตอันแสนสั้นนี้ไปทำอะไร จะใช้เพื่อการเข่นฆ่า แก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่น หรือจะใช้เพื่อการให้ การแชร์ และที่พูดถึงนี่ไม่ได้หมายถึงความชั่ว กับความดีนะ 2สิ่งนี้มันพูดยาก เคยมีคนพูดว่า แค่คุณทำบุญแล้วขอให้ชาติหน้าเกิดมามีชีวิตที่ดีกว่านี้ หรือทำดีกับคนอื่นเพื่อหวังให้เค้าทำดีกับเราตอบแทน แค่คิดแค่นี้คุณก็ผิดแล้ว เพราะการทำดีกับคนอื่น เป็นสิ่งที่คุณควรทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

    ปล. ให้ลองนึกดูว่า เด็กทะเลาะกันแย่งของเล่นกันเอง สุดท้ายก็คืนดีกัน แต่ผู้ใหญ่ฆ่ากันได้เพราะแค่กระดาษไม่กี่ใบ

  2. lljtheone said,

    เป็นสิ่งที่ ถ้าให้มาโต้วาทีกัน คงเป็นหัวข้อที่คลาสสิคมาก เหมือนการเถียงว่าไก่กะไข่อะไรเกิดก่อนกัน ซึ่งคำถามประเภทนี้แหละที่ผมชอบ เพราะเป็นสิ่งยืนยันถึงการไม่มีคำตอบตายตัวสำหรับทุกเรื่องในโลก เหมือนหลักวิทยาศาสตร์ แล้วแต่คนมองและคิด ซึ่งทำให้เกิดความต่างของแต่ละคน ที่เป็นสเน่ห์ของแต่ละคน โลกคงน่าเบื่อมากถ้ามีคำตอบตายตัวอย่างเดียว… แม้วิทยาศาสตร์ผมว่าบางทีเรายังเชื่อถือมันไม่ได้เลย มันก็เป็นแค่การทดลองหลายๆครั้งแล้วออกมาเหมือนเดิม แต่คุณอาจจะทำมันน้อยครั้งไปก็ได้ เวลาในจักรวาลนั้นยาวนานพอที่จะเปลี่ยนกฏของฟิสิกได้ ผมเชื่ออย่างนั้นนะ กฏต่างๆมันก็แค่ความน่าจะเป็นเท่านั้นแหละ

    ส่วนความคิดของผมนะ ผมเห็นด้วยกับabdunngที่ คนเกิดมาเป็นผ้าดำนะ เพราะถ้าลองปล่อยให้มนุษย์อยู่อย่างไม่มีกฏเกณฑ์แล้ว ความวุ่นวายคงจะตามมาแน่ เหมือนanarchy เพราะมนุษย์สามารถฆ่าได้โดยที่ไม่ต้องมีเหตุผลของการเอาตัวรอด ความแค้น การขัดผลประโยชน์กัน ก็ฆ่ากันได้แล้ว ต่างจากสัตว์ที่ผมเห็นเป็นผ้าขาวนะ สัตว์ไม่มีกิเลส มนุษย์มี แต่ก็นั้นแหละ เป็นแค่สิ่งที่คนเชื่อเท่านั้น ผมยังไม่เคยสัมผัสanarchyจริงๆ จึงพิสูจน์ไม่ได้แค่ได้ยินเขาเล่ามาเท่านั้น แต่ถึงจะได้พิสูจน์ มนุษย์จะเป็นผ้าขขาวหรือดำ นั้นก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาด้วย เวลาหนึ่งอาจพิสูจ์ว่าขาว แต่เมื่อบริบทเปลี่ยนไปก็อาจจะเป็นดำได้… แต่จริงๆแล้วผมว่ามนุษย์ยุคหินก็ไม่น่าจะมีกฏเกณฑ์นะ เออ แต่คงมีเป็นแบบกฏขั้นพื้นฐานในแง่ใครแข็งแรงคือผู้นำที่ต้องเชื่อฟังมากกว่า… ขี้เกียจคิดต่อละ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: