มกราคม 17, 2009

เอกลักษณ์

Posted in ปรัชญา ที่ 8:57 am โดย abdunng

คำว่าเอกลักษณ์ตามราชบัณฑิตยสถานนั้น หมายความว่าลักษณที่เหมือนกันหรือร่วมกัน ไม่ค่อยจะตรงกับความหมายในใจของผมนัก ไม่สิความหมายที่ผมรู้จักโดยประสบการณ์ดูจะไม่เหมือนกับความหมายจริงๆที่ได้กำหนดไว้ซักเท่าไหร่

เอกลักษณ์ตรงกับคำว่า Identityในภาษาอังกฤษ ซึ่งก็มีความหมายอีกว่า บุกคลิกลักษณะ

ซึ่งในความหมายนี้ตรงกับความหมายที่ผมคิดเอาไว้ในใจของผม

แล้วเอกลักษณ์นี่มันคืออะไรละ -สำหรับผมเอกลักษณ์คือสิ่งที่แสดงความเป็นตัวตนของบุคคลนั้นๆออกมาโดย ไม่จำเป็นต้องบรรยายออกมาเป็นคำพูดก็ได้ หรือจะบรรยายออกมาก็ได้ โดยตัวมันเองแล้วเอกลักษณ์คือการแสดงออกมาโดยความไม่ตั้งใจ ความเคยชิน หรือจิตใต้สำนึก

เราสามารถที่จะสร้างเอกลักษณ์ได้หรือเปล่า?

ได้ เป็นคำตอบที่ผมบอกกับตัวเอง แต่ในความพยายามในการสร้างเอกลักษณ์แล้ว เราต้องพยายามทำยังไง

หลายๆคนที่พยายาม และสำเร็จในการสร้างเอกลักษณ์โดยที่ตัวเองรู้ตัวนั้นมักจะนำเอกลักษณ์บางส่วนของคน อื่นๆมาผสมรวมกัน จนออกมาเป็นของเราเอง ไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ก็ตาม แต่จริงๆแล้วเอกลักษณ์ที่มีมาแต่เดิมเอกลักษณ์ของเราก็อาศัยการลอกเลียนแบบจากคนอื่นเหมือนกันไม่ใช่หรือ เราอาจจะไม่รู้ตัวเพราะมันคือสภาพแวดล้อมที่เราโตขึ้นมา

เอกลักษณ์ และนิสัยของเรานั้นสามารถบอกได้ว่าคนรอบตัวเรา และการแสดงออกของคนรอบตัว ต่อเรานั้นเป็นเช่นไร

แล้วคุณมีเอกลักษณ์ที่พึงพอใจรึเล่า ผมรู้ว่าผมผมนะพอใจ

โฆษณา

มกราคม 2, 2009

bon voyage

Posted in บทกวี tagged , , , , , , ที่ 12:33 am โดย pakornkrit

เพียงเสี้ยววินาทีผันผ่าน

จากปัจจุบันเปลี่ยนแปรสู่อดีต

จากอนาคตเปลี่ยนแปรสู่ปัจจุบัน

เหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำแสนสวยงาม

ให้หวนระลึกถึงยามเผชิญโศก

ความทรงจำ ที่ยังคงความสวยงามทุกครา

ที่เราเหลียวหลังมองย้อนกลับไป

ราวกับห้วงเวลานั้นไม่เคยจืดจางผ่่านพ้นไป แม้เวลาผ่านเท่าใด

ราวกับห้วงเวลานั้นยังคงเดินตามหลังเราอยู่ห่างๆ ตลอดเวลา

ราวกับห้วงเวลานั้นถูกสตัฟฟ์ไว้ ในพิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ

พิพิธภัณฑ์ที่พร้อมจะเปิดเสมอ ทุกคราที่เราต้องการจะเข้าไปเยี่ยมชม

ภายในพิพิธภัณฑ์ถูกตกแต่งด้วยความอบอุ่นแห่งอดีต

ประดับประดาด้วยแสงไฟนวลอ่อนสีชา

ราวกับอลิสที่กำลังเดินทางอยู่ในโลกสีซีเปีย

ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่างลงไปบนพื้นพรม

ต่างมีความทรงจำแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่

ย่างก้าวที่ยิ่งก้าวเดินออกไป

ราวกับกำลังนั่งชมหนังสาีรคดีชีวิตตนเองอยู่

สารดคีที่มีผู้ชมเพียงคนเดียว

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องจะน่าเบื่อเพียงใด

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องจะน่าตื่นเต้นเพียงใด

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องน่าจะดีใจเพียงใด

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องจะน่าเศร้าเพียงใด

ท้ายที่สุด หนังสารคดีเรื่องนี้ก็คงต้องจบลง

เมื่อนั้นคงถึงเวลาที่เราคงต้องลุกออกจากโรง

หลายครั้งหลายครา ที่เราไม่อยากจะลุกออกไป

ออกไปเผชิญกับความเป็นจริง

ที่รอวันถูกบรรจุลงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราก็ต้องลุกออกไป

ไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง

โลกที่ทุกสิ่งเกิดขึ้นและดับลงตรงหน้า

โดยหวังเอาไว้ลึกๆว่า

เมื่อไหร่ก็ตาม

ที่เสี้ยววินาทีหยุดเดิน

ที่เปลือกโลกหยุดการเคลื่นไหว

ที่หมู่ดาราหยุดเปล่งประกายแสง

เมื่อนั้น

เราคงได้พบกันอีก