mind expression คือ ?

mind expression คือใคร ?

mind expression คือ พวกผม (ต่อไปขอใช้สรรพนามว่าผมนะครับ เพื่อง่ายแต่การพิมและเข้าใจ) มีกันทั้งหมด 6 คน (*ตอนนี้เป็น 7 แล้ว) เป็นเพื่อนๆที่เรียนโรงเรียนเก่ามาด้วยกันทั้งหมด ปัจจุบันกำลังเรียนอยู่ี่มหาวิทยาลัย

mind expression คืออะไร ?

mind expression คือ พื้นที่ว่าง (หรืออาจจะเป็น พื้นที่เสมือน) ที่ผมตั้งใจจะให้มันเป็นพื้นที่สำหรับ “ปล่อยของ” ของพวกผม

mind expression เกี่ยวกับ ?

สำหรับเวป blog นี้ ผมตั้งใจจะให้มันเป็น เหมือนกับ “พื้นที่” ที่รวมเอา “เรื่องราว” อะไรหลากหลายอย่างไว้ด้วยกัน เช่น อาจจะมี เรื่องสั้น บทกวี ภาพถ่าย งานศิลปะ เมนูอาหาร ปรัชญา เรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งจริงๆจะเรียกว่า จับฉ่าย ก็ไม่ผิดเท่าไหร่นัก ด้วยความที่พวกเราทุกคนก็ไม่ได้ศึกษาอยู่ในสาขาเดียวกันอยู่แล้ว เพราะงั้นแต่ละคนก็จะมี “ของ” ที่ต้องการปล่อยแตกต่างกันออกไป โดยที่ทุกอย่างที่อยู่ใน blog แห่งนี้จะเน้นไปในเรื่องของ “ความคิด” ครับ (จะใช้คำว่า Concept ก็ได้)

ตรงนี้ต้องขออธิบายเพิ่มนิดนึงว่า blog เราจะมี รูปแบบการทำงานที่ค่อนข้างแตกต่างจากเวป blog อื่นๆอยู่นิดหน่อย คือ สิ่งที่เวป blog อื่นๆส่วนใหญ่ทำเวลารวมกลุ่มกันทำ blog คือ การรวมกลุ่มเอาจากคนที่ชอบอะไรคล้ายๆกัน หรือมีลักษณะที่เหมือนๆกัน เข้าไว้ด้วยกัน แต่สิ่งที่ blog นี้ทำคือ การจับเอากลุ่มคนที่แตกต่างกันมารวมกัน เพราะงั้นแล้ว สิ่งที่ออกมาของแต่ละคนอาจจะมีลักษณะที่ค่อนข้างหลากหลาย มีความเป็นของตัวเอง และค่อนข้างเจาะจงไปในแต่ละด้าน และนั้นคือสิ่งที่ทางเราต้องการมากที่สุด คือให้คนที่เขียนทุกคนใส่ความเป็นตัวเองลงไปในงานมากที่สุด เพราะถ้าสมาชิกทุกคนเขียนในสิ่งที่มันเหมือนๆกันหมด ผมก็ไม่รู้ว่าจะตั้ง blog นีี้ขึ่นมาเพื่ออะไีร

ให้พูดโดยสรุป mind expression เกี่ยวกับ ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง อะไรก็ตามที่อยากนำเสนอมันออกมา ไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในลักษณะของงานเขียนเพียงเท่านั้น อย่างที่เขียนไป mind expression ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า การแสดงออกของความคิด เพราะงั้นแล้วผมจะให้ความสำคัญกับ “ความคิด” มากกว่าในส่วนของ “วิธีการนำเสนอ” ซึ่งการทำ blog มันก็จะมีข้อจำกัดในเรื่องของวิธีการนำเสนอเข้ามา คือนำเสนอได้แค่ ตัวหนังสือ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และอื่นๆอีกนิดหน่อย

ทำไมต้องชื่อ mind expression ?

ชื่อนี้ เป็นชื่อที่ได้มาจากการโหวตของสมาชิกทุกคน โดยที่ชื่อนี้เป็น1ในชื่อที่เหลืออยู่ หลังจากที่ตัดชื่ออื่นออกไปหมดแล้ว ความหมายของชื่อนี้ ก็ตรงตามความหมายเลยครับ “การแสดงออกทางความคิด” “การแสดงออกถึงความตั้งใจ” หรือจะแปลว่า “การแสดงออกทางจิตวิญญาณ” ก็ได้เหมือนกันครับ และ ที่จริงชื่อนี้มันมีลูกเล่น ของการเล่นเสียงนิดหน่อย ตรงเสียงของคำ ตรงคำว่า Mind ก็ อาจจะหมายถึง My ได้เหมือนกัน หรืออาจจะเป็น Mild ก็ได้ ก็จะได้ความหมายที่แปลกไปอีกแบบ

เหตุผลที่เลือกใช้ชื่อนี้ก็เพราะว่า ความหมายของมันดูกว้างดี ดูไม่เจาะจง แต่ครอบคลุมถึงสิ่งที่ต้องการได้ทั้งหมดในคำว่า mind รวมถึงความรู้สึกของคำมันก็ไม่ชัดเจนมากนัก เป็นเหมือนการตีกรอบไว้กว้างๆ จะได้สามารถยืดหยุ่นได้ตามต้องการ ซึ่งก็ตรงกับจุดประสงค์ของ blog นี้อย่างพอดิบพอดี

แล้วทำไมต้อง ความคิด ?

ผมเชื่อว่า สิ่งที่ทำให้มนุษย์เรา ยังคงเป็นมนุษย์อยู่ทุกวันนี้ หรือ สิ่งที่ทำให้โลกพัฒนามาได้ถึงจุดนี้ คือ “การตั้งคำถาม” ซึ่งก่อนเราจะตั้งคำถามกับสิ่งใดได้นั้น เราต้อง “คิด” ก่อน เมื่อคิดแล้วจึงตั้งคำว่า เช่นว่า “ทำไมสิ่งนั้นต้องเป็นแบบนี้ ?” “ทำไมสิ่งนี้ไม่เป็นแบบนั้น ?” เพราะก่อนการที่เราจะสร้างสรรค์อะไรได้ เราต้องเกิดความไม่พอใจในสิ่งที่มันเป็นอยู่ซะก่อน หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ เราต้อง”เบื่อ” ในสิ่งที่มีอยู่เดิมแล้วซะก่อน เมื่อนั้นเราก็จะคิดว่า “ทำไมเราถึงไม่พอใจ ?” และความคิดต่อมาก็คือ “จะหาวิธีลบความไม่พอใจนี้ได้อย่างไร ?” และขั้นตอนต่อมาก็คือการคิด คิด คิด และ คิด และเมื่อคิดจนมันตกผลึกแล้ว ไอ้สิ่งที่ออกมานั้น เรียกรวมๆว่า “ความคิดสร้างสรรค์” นั้นเอง ยกตัวอย่างเช่น ดินสอที่มียางลบติดอยู่ที่ก้น ในตอนแรกนั้น ยางลบ และ ดินสอ อาจจะไม่ได้รวมกันอยู่ แต่อาจจะมี ใครซักคนนึงเกิดความรำคาญที่เขียนๆไปต้องมาเสียเวลาลบด้วยยางลบก้อน หรือ บางทีด้วยความเป็นคนขี้ลืมจึงลืมหยิบยางลบมา พอบ่อยครั้งเข้า ทำให้คนนั้นเริ่มคิดว่า ทำยังไงดี ? ขั้นต่อมาคือการคิดหาคำตอบ และเมื่อสามารถหาคำตอบได้ จึงได้เกิดการสร้างสรรค์ออกมาเป็นยางลบที่ก้นดินสอ อย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้ เป็นต้น

และอีกเหตุผลที่ผมชอบใน “ความคิด” ก็คือ มันไม่ต้องลงทุนอะไรมาก เราเกิดมาทุกคนก็มีสมอง มาถึงตรงนี้บางคนอาจจะแย้งว่า แล้วคนที่เกิดมาแล้วโง่ละ ซึ่งก่อนอื่น เราก็ต้องเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า ความฉลาด ความโง่ คืออะไร ซึ่งถ้าเรามองให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้ว ก็จะเข้าใจว่า ความโง่ ความฉลาด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความคิดเลย คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตหลายๆคน เรียนไม่จบด้วยซ้ำไป เรื่องแบบนี้มีอยู่มากมาย แต่หลายๆคนไม่ค่อยให้ความสำคัญกับ ความคิด เท่าที่ควร โดยเฉพาะในเมืองไทย สมมุติมีเก้าอี้อยู่ 2 ตัว นั่งได้เหมือนกัน แต่ตัวนึง ราคาไม่กี่ร้อย อีกตัวราคาหลายหมื่น ส่วนต่างตรงนี้เกิดจากอะไร ? ความคิดทั้งนั้น บางทีสิ่งที่มีค่าที่สุุดก็อยู่ใกล้ๆตัวเรานี่เอง แต่เราก็มักจะหลงๆลืมๆมันไปอย่างน่าเสียดาย

มีคนเคยบอกไว้ว่า คน 2 ประเภท ที่ทำให้โลกเป็นโลกอย่างในทุกวันนี้ได้คือ นักวิทยาศาสตร์ และ ศิลปิน ซึ่งทั้ง 2 อาชีพนี้ล้วนเป็นอาชีพที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเติมเต็มความว่างเปล่าที่มีอยู่เดิมแล้วทั้งสิ้น

ความคิดสร้างสรรค์ ผมคิดว่าคนที่คิดคำนี้ขึ่นมาได้นี่แม่งโคตรเก่งเลย ทำได้ยังไง สร้าง คำว่า สร้าง ขึ่นมาเนี้ย

ความคิดสร้างสรรค์ ก็มีทั้ง ดี และ ไม่ดี ?

อันที่จริงผมคิดว่า ความคิดสร้างสรรค์ ด้วยตัวของมันเองนั้น มันไม่มีทางที่จะ ดี หรือ ไม่ดี ได้ มันก็แค่ก้อนความคิด ซึ่งผมก็ไม่เคยเห็นก้อนความคิดนี้ไปฆ่าใครได้ อย่าว่าแต่ฆ่าเลย แม้แต่ตัวตน มันยังไม่มีอยู่เลยด้วยซ้ำ

ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้มัน “ดี” หรือ “เลว” เนี้ย มันอยู่ที่ “เจตนา” ของคนที่นำมันไปใช้ซะมากกว่า อย่างสมมุติคุณจะบอกว่า คนที่คิดค้นระเบิดปรมาณูขึ้นมาเนี้ยแม่งโคตรเลว (ซึ่งที่จริงมีแต่คนยกย่องเค้านะนั้น ทั้งแสดงออกมาทางคำพูด และ แสดงออกทางการกระทำด้วย) ถามว่าจริงๆแล้วอะไรเลว ระหว่าง “คนคิด” กับ “คนนำไปใช้” สำหรับผม น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่านะ

ผมเชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ รวมถึงมนุษย์ทุกคน มีทั้งดี และ เลว ไม่มีอะไร(หรือใคร)ที่มันสมบูรณ์แบบหรอก มันอยู่ที่ว่า เราคิดดีแล้วรึยังว่าสิ่งที่เราทำนั้นมันถูกต้องสำหรับเรา และคนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ถ้าเราคิดว่ามันถูกแล้ว ก็ทำไปเถอะ เพราะยังไงสิ่งที่จะตัดสินการกระทำได้ ไม่ใช่การแสดงออก แต่คือ เจตนา ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งผมคิดว่าคนอื่นเค้าจะรู้เอง เหมือนการเป็น “คนดี” เราไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวป่าวประกาศว่าตัวเองเป็นคนดี เหมือนอย่างใครต่อใครเค้าทำกัน เราก็แค่ทำแบบที่เราทำไปเรื่อยๆ เป็นตัวเราเองไปเรื่อยๆ แล้วซักวันก็จะมีคนรู้เอง

แล้วสิ่งที่คนที่เข้ามาอ่านจะได้ ?

พูดถึงตัวเองมาเยอะแล้ว มาพูดถึงคนอ่านกันบ้าง สิ่งที่คนอ่านจะได้รับ อันนี้ผมคิดว่า ต้องให้ผู้ที่เข้ามาอ่านเป็นคนตอบเองว่าเค้าได้อะไรจากตรงนี้บ้าง แต่ถ้าถามว่า สิ่งที่ผมคาดหวังจะให้คนอ่านได้รับจาก blog นี้ คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “แรงบันดาลใจ”

ผมอยากจะให้คนที่เข้ามาอ่านเวปนี้ แล้วรู้สึกสะกิดใจอยากลุกขึ้นมาทำ หรืออย่างน้อยที่สุด ลุกขึ้นมาคิด”จะ”ทำอะไรบางอย่าง ซึ่ง มันอาจจะเกิดมาจากความรู้สึกแบบนี้ “เฮ้ย อะไรวะเนี้ย โคตรเจ๋งเลยว่ะ” “แม่ง คิดได้ไงวะเนี้ย” “โคตรชอบเลยว่ะ” หรือ อาจจะเกิดมาจากความรู้สึกทำนองนี้ก็ได้ “งานไรวะเนี้ย โคตรห่วย” “ทำได้แค่นี้ยังกล้าเอามาลงนะเนี้ย” “ไรวะ แค่นี้กูก็ทำได้” เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็น feedback ในทาง + หรือ – ผมก็คิดว่ามันน่าจะมีประโยชน์ทั้งกับคนอ่าน รวมถึงกับตัวผมด้วยก็ดี ไม่มากก็น้อย

ในตอนแรกนั้น blog นี้ได้มี 2 ชื่อ ที่ได้เข้าชิงชนะเลิศ ชื่อของบล๊อกนี้อีกชื่อหนึ่งที่ไม่ได้นำมาใช้ก็คือ Endless Reflection ชื่อนี้ ถ้าแปลตรงตัวก็หมายถึง “การสะท้อนที่ไม่มีที่สิ้นสุด” ซึ่งตอนที่ผมคิดชื่อนี้เนี้ย ผมคิดถึงว่า เหมือนกับเวลาที่คนอ่านเข้ามาอ่าน blog นี้(หรือที่ไหนๆก็ตาม)แล้วเกิดแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ “อะไรบางอย่าง” แล้ว”อะไรบางอย่าง”นั้นก็ส่งต่อไปให้คนอื่นๆต่อไปเรื่อยๆ เป็นทอดๆ เหมือนอย่างที่ “อะไรบางอย่าง” นั้นส่งต่อมาให้ผมในก่อนหน้านี้ และบางที วัฏจักรนี้ก็อาจจะวนกลับมาหาเราอีกรอบก็เป็นได้ เพราะยังไงเราทุกคนก็เหมือนมีด้ายบางๆเชื่อมกันอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้พูดแบบไทยๆก็คงเหมือนกับคำโบราณที่ว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” เอ้ย ไม่ใช่ “ทำสิ่งใดไป เราก็จะได้รับสิ่งนั้นตอบแทน”

ถ้าจะให้พูดแบบง่ายๆสั้นๆ ก็คือ พื้นที่นี้ก็เปรียบเสมือนสนามเด็กเล่น ซักที่นึงนั้นแหละครับ เวลาเราไปสนามเด็กเล่นก็เพื่อ “หาความสนุก” ที่นี่ก็เหมือนกันครับ อย่ามัวคิดมากให้วุ่นวายอยู่เลยครับ มาสนุกกันเถอะครับ ขอใช้พื้นที่แห่งนี้เป็น “ทางเลือก” ในการแลกเปลี่ยนความสนุกระหว่างคุณกับผมแล้วกันครับ

แล้วเรื่อง ความคิดเห็น ละ ?

เรื่องความคิดเห็นนี่ผม ค่อนข้างที่จะเปิดกว้างนะ คือ คุณสามารถแสดงความคิดเห็นได้ทุกรูปแบบ ทั้ง ชม ด่า ยังไงก็ได้ ตามสบายเลย

เพราะผมคิดว่า เวลาที่เราออกความเห็นไปเนี้ย มันก็เป็นเหมือนการที่เราไปนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับใครซักคนหนึ่ง เป็นการแชร์ความคิดกัน การที่เรามีความเห็นไม่ตรงกันมันไม่ได้หมายความว่ามันต้องมีคนถูก มีคนผิด เสมอไป มันก็เป็นแค่ ทัศนคติส่วนตัวของแต่ละคนที่มันไม่ตรงกัน เป็น “ประสบการณ์ของแต่ละคน” ซึ่งผมเชื่อว่าไม่มีทางที่แต่ละคน จะมีประสบการณ์ทุกอย่างในชีวิตเหมือนกันหมด แม้กระทั่งฝาแฝดก็เถอะ

และการที่ผมทำตรงนี้ ผมก็ไม่ได้ทำเพื่อที่จะบอกว่า “เฮ้ย กูเจ๋งนะ กูรู้ทุกเรื่อง กูถูกหมด กูเก่ง” ไม่ใช่ ผมก็ยังมีหลายๆเรื่องที่ยังโง่อยู่ และบางที ผมอาจจะแสดงความโง่เหล่านั้นออกมาทาง blog นี้ เพราะงั้น ถ้าคุณไม่มาแสดงความเห็น ผมก็ยังคงโง่ต่อไปเรื่อยๆ เพราะงั้น ความคิดเห็นตรงนี้ผมคิดว่ามันสำคัญมาก เหมือนอย่างที่ผมบอกไปข้างต้น feedback ไม่ว่าจะออกมาในทาง + หรือ – มันก็ต้องมีประโยชน์กับทั้ง ฝ่ายที่ส่ง และผ่ายที่รับ อยู่แล้ว ไม่มากก็น้อย

นอกจากการแสดงความคิดเห็นต่อ blog แล้ว บางที่ผมอาจจะ มีการเปิดให้ ผู้ชมทางบ้านเข้ามาร่วมสนุกกับเราด้วย (ไม่ใช่การส่งของมาชิงโชคแน่นอนครับ สบายใจได้) อาจจะมีการ ตั้งคำถาม ไว้ แล้ว ให้ผู้อ่านเข้ามาตอบ หรืออาจจะเป็นการชักชวนให้มาทำอะไรซักอย่าง ซึ่งผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะออกมาเป็นยังไง

หลักการ ?

mind expression มีหลักการหยาบๆอยู่ 2 ข้อ

ข้อแรก ความคิดสร้างสรรค์นั้น จำเป็นกับทุกอาชีพ ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ผมว่า การที่คุณใส่ความคิดสร้างสรรค์ดีๆลงไปในงานด้วยเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เหมือนกับ ของขวัญ ที่คุณจะให้ใครซักคน ถ้าคุณแค่เดินเข้าไปในร้าน หยิบมา จ่ายเงิน แล้วคุณเอาไปให้ ความรู้สึกต่อของชิ้นนั้นมันก็ แทบจะไม่มี เพราะมันก็เหมือนๆกับของที่อยู่ในร้าน ไม่ต่างกันเลย เทียบกับของที่คุณทำเองกับมือ แม้มันอาจจะไม่ได้มีมูลค่าอะไรมากมาย แต่มันมีความรู้สึก อะไรบางอย่างอยู่ในนั้น ทำให้มันดูพิเศษกว่าของชิ้นอื่น ความคิดสร้างสรรค์ก็เช่นกันครับ มันมีความพิเศษอยู่ในตัวของมันเอง

ข้อสุดท้าย ความคิดสร้างสรรค์นั้น สามารถฝึกกันได้ ข้อความนี้ผมไปอ่านเจอมาจากที่ไหน จำไม่ได้แล้ว แต่แม้ว่าผมจะจำที่มา่ หรือผู้ที่พูดข่อความนี้ไม่ได้ แต่ตัวข้อความนั้น ผมจำได้อย่างแม่นยำ แม้ไม่ต้องจดเก็บไว้ก็ตาม ถามว่า มันจริงมั้ย ? ที่ความคิดสร้างสรรค์ก็มีระดับของมัน มีมาก มีน้อย และที่สำคัญ มันฝึกกันได้จริงๆหรอ ? ไม่ใช่อยู่ที่พรสวรรค์หรอ ? คำตอบนั้น ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมกำลังพยายามหาข้อพิสูจน์อยู่ว่ามันเป็นจริง หนึ่งในนั้นคือการทำ blog นี้ขึ่นมา

สุดท้าย ทำ blog นี้ขึ่นมาทำไม ?

คือผมคิดว่า ในบรรดาคนที่ทำ blog นี้ก็คงจะมีเหตุผลส่วนตัวที่มันไม่เหมือนกันนะ แต่ผมเชื่อว่า มีเหตุผลนึงที่ทุกคนมีเหมือนกันก็คือ อาการเบื่อ กับอาการเก็บกด คือมันเป็นอาการที่ เราเซ็ง เรารู้สึกอยากจะทำอะไรซักอย่างนึง แต่ไม่รู้จะทำออกมาในรูปแบบไหน หรือบางทีเราไปเจออะไรซักอย่างที่เราไม่พอใจ แต่ไม่รู้จะบอกคนอื่นยังไง “พื้นที่” นี้ก็เหมือนกับเป็นการระบายความรู้สึกของผมนั้นแหละครับ เหมือนอย่างชื่อเลย ถ้าเกิดคุณถามว่า แล้ว ทำไมไม่ทำคนเดียว ต่างคนก็ต่างทำ blog ของตัวเองไป จะชวนมาทำกันทำไมหลายคน วุ่นวายจะตายไป มากคนยิ่งมากความ คำตอบก็คือ อาจจะเป็นเพราะผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี ผมเลยเลือกที่จะมองความสนุกของการทำงานกันหลายๆคน แทนที่จะเลือกมองในแง่ร้ายของมัน แต่การทำงานหลายคน มันก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นๆนั้นมันเป็นใครก็ได้เสมอไป เหมือนเวลาเรามีเรื่องอะไรซักอย่างที่เราไม่รู้จะไปคุยกับใคร คนที่เราจะเลือกคุยด้วยมันไม่ใช่ใครก็ได้ แต่ต้องเป็นคนที่เราอยากที่จะคุยด้วย เพราะเราคิดว่าเค้าจะต้องเข้าใจความคิดของเรา แล้วก็การทำคนเดียวเนี้ยมันคงเหงาน่าดูนะ

อันนี้เป็นเหตุผลรอง คือ มันเหมือนกับว่าเวลาเรามีความคิดอะไรดีๆที่เราชอบ เราก็เลยอยากนำเสนอมันออกมา อยากบอกต่อไปยังคนอื่นๆ เหมือนกับว่าเวลาเราได้ไปกินอาหารร้านอร่อยๆมา เราก็อยากจะบอกคนอื่นต่อว่า “เฮ้ย พึ่งไปกินอาหารร้านนี้มา ร้านนี้อร่อยนะ ลองไปกินดู” อะไรประมาณนี้ เพราะผมเชื่อว่า การที่เรามีความคิดดีๆ อยู่ในหัวแล้วเราเก็บมันไว้คนเดียว ไม่บอกใครเนี้ย มันน่าเสียดายมาก ทั้งกับตัวเอง และกับคนนี่น่าจะได้ประโยชน์จากมันด้วย เพราะผมเชื่อว่าอย่างน้อย ก็ต้องมีซักคนนึงที่จะได้ประโยชน์จากตรงนั้น ซึ่งแม้จะแค่คนเดียว ผมก็ว่ามันคุ้มแล้วละ ก็มัน “ตั้งหนึ่งคน” หนิ

สุดท้ายเป็น ประโยคที่ผมคิดขึ่นได้ในระหว่างที่กำลังคิดเรื่องที่จะทำ blog นี้อยู่ เห็นว่ามันน่าสนใจดีเลยจดลงสมุดแล้วนำมาแปะลงไว้ในนี้ต่อ เผื่อ “กระตุ้น” ใครบางคนได้

เวลาเราทำอะไรซักอย่าง

การที่เราจะเริ่มนับ 1 กับมันได้

มันไม่ใช่ตอนที่เรา คิด หรือ พูด ว่าเราจะทำ

แต่มันเริ่มเมื่อเราได้เริ่มลงมือทำมันลงไปจริงๆแล้วต่างหาก

-mind expression

[5/11/2007]

-edit [15/11/2007]

-edit [07/01/2007]

-edit [07/03/2008]

-edit [07/06/2008]

4 ความเห็น »

  1. ที่มาและที่ไป เข้าท่าดีครับ ดีโคดโคด (“,)

  2. findingforest said,

    จ๊ะ แล้วจะแวะเข้ามาอ่าน เผื่อได้แรงบันดาลใจอะไรสักอย่าง

    ขอบคุณนะคะ

  3. 🙂

  4. – ยินดีที่ได้รู้จัก .. mind expression ..

    – เราคิดว่านาย เจ๋งว่ะ ..

    – ; ] ..

    – สวัสดี ฝากตัวด้วยนะ ..


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: