มิถุนายน 6, 2008

สัญชาติญาณ ศรัทธา ความฝัน

Posted in คำคม tagged , , , , , ที่ 1:32 am โดย pakornkrit

สืบเนื่องจากไม่กี่ entry ที่ผ่านมา เพื่อนผมได้ up blog ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง “ความฝัน” ไว้ ทำให้ผมนึกอะไรบางอย่างออก มันคือสมุดจดเล่มเล็กๆที่ผมชอบใช้จดคำพูดที่ผมชื่นชอบ เมื่อไปเจอมาจากที่ต่างๆ รวบรวมเก็บไว้ ซึ่งพอเอามาเปิดดูก็พบว่า มีข้อความที่เกี่ยวข้องกับความฝันอยู่ เยอะพอควรเลย วันนี้เลยลองหยิบมาบางส่วน เผื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิตเหี่ยวๆของใครบางคนได้บ้าง

ก่อนอื่นขอเป็นข้อความที่นำมาจาก blogๆ ซึ่งผมได้อ่านในเวลาไล่เลี่ยกัน เรื่องแปลกอยู่ที่ว่า เนื้อหามันดันมีบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน

-blog แรกคือ blog ของ (*แก้ไข) คุณ ธุลีดิน ชื่อว่า โอวาทของ Steve Jobs ผู้สร้าง Macintosh : Stay Hungry , Stay Foolish อ่านจากชื่อก็คงพอจะรู้แล้วว่า เกี่ยวกับอะไร ผมจะไม่ขอพูดถึงรายละเอียดทั้งหมดแล้วกัน เพราะคุณสามารถกดเข้าไปอ่านได้ ดังนั้นจึงขอพูดเฉพาะประโยคที่มันสะกิดใจผมแล้วกัน

อย่ายอมเสียเวลามีชีวิตอยู่ในชีวิตของคนอื่น

จงอย่ามีชีวิตอยู่ด้วยผลจากความคิดของคนอื่น

และอย่ายอมให้เสียงของคนอื่นๆ มากลบเสียงที่อยู่ภายในตัวของคุณ

-ก่อนจะไปถึง blog อันต่อไปที่ผมเกริ่นไว้ ผมขอคั่นด้วยอะไรซักนิดนึง เนื่องจาก Jobs ได้พูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ “เสียง” เลยทำให้ผมนึกไปถึงเพลงๆนึง ของวง P.O.P. หลายๆคนน่าจะเคยฟัง ชื่อเพลง เสียงข้างในจิตใจ

ทางไหน เมื่อไร หนทางเดินอีกไกล ไม่ต้องไปคิดว่าใครต่อใครจะห้าม
สิ่งไหน และเพื่อใคร เก็บคำถามไว้ในจิตใจ ไม่ต้องไปสนทำมันต่อไปจนกว่า
สักวันเธอจะรู้ว่าเธอจะเจออะไร ในวันนั้นเธอคงจะเข้าใจ

วันนี้ เธอรู้ดี ว่าตอนนี้เธอทำอะไร และสิ่งนั้นไม่ทำให้ใครต้องลำบาก
ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องคิดมาก ขอแค่เธอแน่ใจ ทำสิ่งนั้นทำมันต่อไปจนกว่า

สักวันเธอจะรู้ว่าเธอต้องการอะไร ในวันนั้นเธอคงจะเข้าใจ
หากเธอมีคำถามที่ทำให้เธอหวั่นไหว ขอเธอจงมั่นใจ ไม่มีใครรู้ไปกว่า

เสียงข้างในจิตใจ เชื่อและทำต่อไป ไม่ต้องกลัวอะไร ทำดั่งใจเธอต้องการ
แม้จะนานแค่ไหน สุดท้ายไม่ได้อะไร อย่างน้อยได้ทำดั่งใจทุกอย่างที่ใจเธอต้องการ

หยุดสงสัยและทำมันต่อไป แม้จะเป็นอย่างไรให้เชื่อในใจของเธอ

-ทีนี้ก็มาถึงอีก blog ที่ผมเกริ่นไว้ตอนแรกซักที blog นี้ อยู่ในเวป onopen ชื่อว่า เขียนทำไม? เขียนอย่างไร? ผู้เขียนชื่อ สุวินัย ภรณาวลัย ตามหัวข้อเลยครับ blog นี้เกี่ยวกับนักเขียน มาถึงตอนนี้อาจจะมีคนงงว่า แล้วมันไปเกี่ยวข้องกับ Jobs ได้อย่างไร? ใช่ครับ งานนักเขียนกับ งานผู้บริหารบริษัทด้านอิเ็๊ล็กทรอนิกส ์อาจจะดูไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้ แต่สิ่งที่เชื่อมทั้ง 2 สิ่งก็คือ ความคิด ใช่ครับ งานทั้งคู่นั้น ล้วนคือการเอาความคิดมารับใช้ความต้องการของตัวเองทั้งสิ้น และใน blog นี้นั้น มีบางประโยคที่พูดเกี่ยวกับ สัญชาติญาณ หรือแรงจูงใจบางอย่าง ที่มาจากในตัวเรา เหมือนของ Jobs โดยใน blog นี้นั้น พูดไว้ว่า

เคล็ดลับในการอ่าน การคิด การเขียน ของผมคือ ต้องเป็น Pure motive, Pure action นั่นคือ ต้องเป็นการกระทำด้วยใจบริสุทธิ์ การอ่านของคุณต้องอ่านด้วยใจบริสุทธิ์ ถ้าอ่านเพราะใกล้สอบ คุณไม่มีทางเป็นนักอ่านที่ดีได้ ถ้าเขียนเพื่อจุนเจือเลี้ยงชีพ ไม่ได้เขียนเพราะอุดมคติ คุณไม่มีทางเป็นนักเขียนที่ดีได้

และ

ถ้าหากว่าไม่มี pure action แล้ว ถ้ามีผลสะเทือนก็แค่ชั่วคราวหรือผิวเผิน

หมดไปแล้วสำหรับประโยคจาก blog ทีนี้ก็มาถึงประโยคจากในสมุดบันทึกของผมบ้าง

-ประโยคแรกนั้น นำมาจากหนังสือเล่มโปรดของผม

ชีวิตมันมีไว้ให้เราใช้ ไม่ใช่ให้มันมาใช้เรา

นำมาจากหนังสือชื่อ the bear wish project ของพี่โหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ (นามปากกา เดปป์ นนทเขตคาม) เป็นหนังสือเล่มแรกๆ ที่ทำให้ผมเริ่มคิดเองเป็น ใช่ครับ เริ่มใช้สมองคิดไตร่ตรองถึงสิ่งต่างๆที่ผ่านมาในชีวิต และสิ่งที่ยังมาไม่ถึง รวมถึง การเริ่มต้นกำหนดชีวิตของตัวเอง ด้วยตัวเอง

-ประโยคต่อมา ผมได้มาจากในหนังสืออีกเช่นกัน แต่ผมดันจำชื่อหนังสือไม่ได้

When you reach for the stars you may not quite get one,

but you won’t come up with a handful of mud either.

เป็นคำพูดๆหนึ่งของ Leo Burnett ผู้ก่อตั้ง Agency โฆษณาในชื่อเดียวกัน (ผมไม่แน่ใจว่าเป็น slogan ของบริษัทด้วยรึเปล่า) ซึ่งปัจจุบันถือได้ว่าเป็น agency อันดับต้นๆของโลกเลยก็ว่าได้ (มีสาขาอยู่ที่เมืองไทยด้วย)

-ประโยคต่อมานำมาจากหนังสือ (อีกแล้ว)

ผมคิดว่า บางทีคนเราก็ไม่มีความชัดเจนในเรื่องที่ไฝ่ฝัน

บางคนคิดว่าตัวเองฝันอยากเป็นนักแต่งเพลง

โดยที่ความจริงแล้วเขาฝันอยากมีชื่อเสียงจากการเป็นนักแต่งเพลงต่างหาก

บางคนคิดว่าตัวเองฝันอยากเป็นนักเขียน

โดยที่ความจริงแล้วเขาฝันอยากเป็นคนที่ได้รับการยอมรับจากการเป็นนักเขียนต่างหาก

นำมาจาก หนังสือชุด คุยกับประภาส ซักเล่มหนึ่ง แต่ผมไม่แน่ใจว่าเป็นข้อความที่พี่จิก(ประภาส ชลศลานนท์)เขียนไว้เองรึเปล่า หนังสือชุดนี้ เช่นกัน เป็นหนังสือชุดที่ได้ทลายกำแพงความคิดผมไปอีกหลายชั้นเลยทีเดียว

-ประโยคต่อมายังคงนำมาจากหนังสืออีกเช่นกัน

The boat is safest when it is in the port,

but that is not what boat were built for.

อ่านแล้วต้องตีความซักนิดนึง นำมาจากหนังสือซักเล่มของ Paulo Coelho (ผมนำมาจากหนังสือชื่อ Life ที่รวมเอาคำพูดจาหนังสือเล่มอื่นมาอีกที) นักเขียนที่ผมสามารถพูดได้เต็มปากว่าเป็นนักเขียนคนโปรดของผม และเพราะหนังสือ the alchemist ของเค้า ที่ทำให้ผมเริ่มหันมาสนใจชีวิตตัวเองมากขึ่น จากที่เคยปล่อยไหลไปวันๆ

-ประโยคสุดท้ายแล้ว ประโยคนี้ไม่ได้มาจากหนังสือแล้ว (ฮา)

If you can dream it, you can do it.

ประโยคนี้ผมไปเจอมาจากในเวปซักเวปนึงซึ่งจำไม่ได้แล้ว เป็นคำพูดของผู้ชายที่ได้พิสูจน์ความจริงที่ว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข เพียงเท่านั้น ซึ่งผมคิดว่า แทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักเค้าคนนี้ Walt Disney ผู้ซึ่งได้เติมเต็มจินตนาการให้เด็กเกือบทั้งโลก และได้สร้าง”ดินแดนแห่งความฝัน” ขึ่นมาจริงๆนั้นก็คือ Disney Land นั้นเอง

ก็คิดว่าคงมากมายในระดับนึงแล้ว จริงๆมีประโยคอีกหลายประโยคที่ผมอยากจะเอาลง แต่คิดว่าเอาไว้คราวหน้าดีกว่า

โฆษณา

กุมภาพันธ์ 8, 2008

ทางเลือก

Posted in คำคม tagged , , , , , , , ที่ 11:58 pm โดย pakornkrit

ไปอ่านเจอคำคม คำนึงในหนังสือมาครับ เห็นว่าน่าสนใจดี เลยเอามาแปะไว้ครับ

   

The only way to make the right decision is to find out which is the wrong decision.

-Paulo Coelho

  

อ่านๆดู แล้วเหมือนจะไม่น่ามีอะไรนะครับ เพราะมันก็เป็นสิ่งที่เป็นความจริง การจะรู้ว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ถูกต้อง เราต้องรู้ก่อนว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ผิด แน่นอนอยู่แล้ว แต่เรื่องง่ายๆแบบนี้หละครับ ที่ทำยาก เพราะในชีวิตจริงแล้ว การจะตัดสินผิด/ถูกในทางเลือกนั้น มันไม่ง่ายเหมือนกับการทำข้อสอบ ก ข ค ง ที่รู้แน่อยู่แล้วว่า มันมีคำตอบที่ถูกเพียงแค่ข้อเดียว ส่วนข้อที่เหลือคือข้อที่ผิด และสามารถตัดทิ้งได้เลย

ในชีวิตจริงนั้น ทุกทางเลือกล้วนถูกต้องหมด เพียงแต่ว่าทางเลือกแต่ละทางนั้นมันแตกต่างกันตรงที่ ถูกมาก หรือ ถูกน้อย ก็เท่านั้นเอง ซึ่งมากหรือน้อยนี่ก็บอกยากครับ เป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมเลยแหละ มากของคนหนึ่งอาจจะน้อยสำหรับใครอีกหลายๆคนก็ได้ เช่น เงิน20บาทสำหรับคนบางคนอาจจะแทบไม่มีค่าเลย แต่สำหรับอีกคนหนึ่งมันอาจจะหมายถึงเป็นหรือตาย ได้เลย หลายคนอาจจะงงว่าผมกำลังจะบอกว่าอะไรในเมื่อตอนแรกก็บอกไว้ว่าทางเลือกที่ดีที่สุดเกิดจากการที่เราต้องรู้ก่อนว่าทางไหนคือทางที่ผิด แต่ไปๆมาๆผมกลับบอกว่า ทางที่ผิด/ถูกนั้นมันไม่มี เพราะถูก/ผิดของแต่ละคนก็ต่างกัน หรือผมกำลังจะบอกเป็นนัยๆว่า ผิด/ถูกนั้น ล้วนเป็นสิ่งสมมุติขึ่นมาเองทั้งนั้น …..

    

นั้นสิครับ แล้วผมจะบอกอะไรกันแน่เนี้ย ? ผมเองก็ยังไม่เข้าใจเลย

หรือบางที ผมอาจจะต้องรู้ก่อนว่า ผมไม่ต้องการจะบอกอะไรกันแน่