สิงหาคม 6, 2008

more or less

Posted in ถาม & ตอบ, เรื่องเล็ก tagged , , , ที่ 11:36 pm โดย pakornkrit

ความคุ้มคืออะไร ?

คำถามที่ว่าเป็นหนึ่งในคำถามที่ฝังอยู่ในหัวผมมาเป็นเวลานานแล้ว พูดถึงความคุ้ม หลายๆคนน่าจะนึกไปถึง การซื้อ-ขาย ของ ซึ่งผมก็ว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นภาพชัดดีเหมือนกัน ส่วนเหตุผลที่ผมไม่สามารถหาคำตอบได้นั้น ไม่ใช่เพราะไม่รู้ความหมายของมัน เพียงแต่ผมคิดว่า ผมรู้ “มากเกินไป” อาจฟังดูแปลกๆ แตผมสามารถพูดได้ว่า่คนรู้จักของผมหลายๆคน ให้ความหมายของคำว่าความคุ้ม ทั้งจากการแสดงออกทาง คำพูดและการกระทำ แทบจะไม่เหมือนกันเลย ซึ่งผมพอจะสรุปออกมาคร่าวๆ ได้ 3 แบบ

แบบแีรก คุ้มเงิน

คนพวกนี้ จะพิจารณ์จากเงินเป็นอันดับแรก โดยไม่สนใจปัจจัยอื่นๆเลย เช่น ที่หน้าปากซอยบ้านมีร้านขายข้าวอยู่ร้านนึง สมมุติว่า ราคาจานละ 30 บาท แต่ที่ซอยถัดไปอีกซอยซึ่งห่างจากร้านข้างต้นไปประมาณครึ่งกิโล ขายจานละ 25 บาท คนประเภทนี้ก็มักจะพุ่งเป้าหมายไปที่ร้านที่ 2 อย่างไม่ลังเลเนื่องจากสามารถประหยัดเงินลงได้ตั้ง 5 บาท เหตุผลก็เพราะว่า “เงิน นั้นเป็นสิ่งมีค่าที่สามารถจับต้องได้ (แม้ว่ามันจะเป็นแค่เศษกระดาษก็เถอะ) ที่สำคัญ มันมีความเป็นสากลเอามากๆ เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ” แน่นอน ไม่มีใครเถียงมันได้ในเรื่องนี้ เพราะถ้าเถียงปุ๊บ มันก็จะสวนขึ่นมาทันทีว่า “งั้นคุณก็เอาเงินมาให้ผมสิ”

แบบที่สอง คุ้มเวลา

คนประเภทนี้ คิดเอาจากเวลาเป็นหลัก เวลาสำหรับคนกลุ่มนี้เวลามีค่ามากกว่าสิ่งใดในจักรวาล หรือพูดให้ถูกก็คือ มักจะเป็นพวกที่อยู่ตรงกันข้ามกับคนพวกแรก ถ้ายกเหตุการณ์เดียวกันนั้นมาใช้ คนประเภทนี้มักจะเลือกกินข้าวที่ร้านแรกอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะสามารถประหยัดเวลาได้ “จะเดินไปทำไมตั้งไกลแลกกับเงิน 5 บาท ก้มๆหาตามพื้นเดี๋ยวก็เจอ” เหตุผลของคนพวกนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้พวกแรกเลยทีเดียว คนพวกนี้มักจะพูดว่า “เงิน หาใหม่เมื่อไหร่ก็่ได้ แต่เวลา ผ่านแล้วผ่านเลย ไม่สามารถย้อนกลับได้” ก็จริงของมันเหมือนกันแฮะ เข้าท่าๆ

แบบสุดท้าย คุ้มสุข

คนประเภทสุดท้ายนี้ ผมไม่ค่อยเจอเท่าไหร่ แต่ก็ยังพอมีบ้าง พวกนี้มักจะเป็นพวกบ้าๆหน่อย คือบูชาความสุขเหนือสิ่งใดๆในทางช้างเผือก ซึ่งถ้ายกเหตุการณ์เดียวกับ 2 อันแรกมานั้น ก็คงต้องเพิ่มร้านเข้าไปอีกร้านนึง ร้านนี้นั้น อยู่ห่างออกไปจากทั้ง 2 ร้านมาก เรียกได้ว่าไม่สามารถเดินเท้าไปได้ ต้องใช้รถโดยสารไป ราคาอาหารนั้น ก็ไม่ได้ถูกกว่า2 ร้านแรกเลย แต่กลับแพงกว่าด้วยซ้ำไป แต่คนประเภทนี้ก็มักจะเลือกกินร้านนี้ เหตุผลที่คนพวกนี้ไปกินก็เพราะว่า พนักงานร้านนี้น่ารัก หรือเรียกรวมๆว่า การบริการดี ก็ได้ คนประเภทนี้ มักจะพูดว่า “เกิดมาแค่ชีวิตเดียว ต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม หาความสุขใส่ตัวเยอะๆ”

เขียนไปเขียนมาออกแนวปรัชญานิดๆเหมือนกันแฮะ เอาเป็นว่าใครสามารถคลายข้อสงสัยให้ผมได้มั่งว่า ความคุ้ม จริงๆแล้วมันคืออะไรกันแน่ เพราะ สำหรับผม ทั้ง 3 อันนั้นก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กันเลย ส่วนใครที่มี หรือมีคนรู้จักมี การแสดงออกถึงความคุ้ม ที่ต่างไปจาก 3 แบบที่ผมบอกไปและคิดว่าน่าสนใจก็สามารถมาแชร์ประสบการณ์กันได้ครับ บางทีเราอาจจะได้เจอความคุ้มแปลกๆใหม่ๆ ที่เป็นคำตอบที่ผมต้องการก็ได้

Advertisements

เมษายน 17, 2008

ฟังชั่นของ คอมพิวเตอร์

Posted in ถาม & ตอบ tagged , , , ที่ 12:18 am โดย pakornkrit

“ความน่ากลัวที่แท้จริงไม่ใช่คอมพิวเตอร์จะคิดเหมือนคน แต่เป็นคนที่เริ่มจะคิดเหมือนคอมพิวเตอร์”

          วลีที่ลึกซึ้งข้างต้นนั้น ผมจำมาจากหนังสือเล่มนึง ชอบมันตั้งแต่อ่านครั้งแรก แต่สิ่งที่ผมจะมาชวนคุยวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ว่า ทำไม คนจึงเริ่มที่จะคิดเหมือนคอมพิวเตอร์ ? เรื่องที่ผมอยากชวนคุยนั้น สบายๆกว่าเยอะ ไม่ต้องคิดมากเท่ากับคำถามข้างต้น

          ทุกๆวันนี้ คอมพิวเตอร์แทบจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับมนุษย์หลายๆคน (รวมถึงผม)ไปแล้ว เราใช้เวลาอยู่กับมันกว่าครึ่งค่อนวัน บางครั้งมากกว่าเวลาที่เราใช้กับครอบครัวซะอีก ราวกับว่ามันกลายเป็นอวัยวะที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งของมนุษย์ รองลงมาจากโทรศัพท์มือถือ! และยิ่งทุกวันนี้ คอมพิวเตอร์ยิ่งทำงานเร็วขึ่นเรื่อยๆ ประมวลผลเร็วขึ่นเรื่อยๆ และใช่ บางที มันอาจจะประมวลผลเร็วกว่าสมองมนุษย์บางคนไปแล้วด้วยซ้ำไป แน่นอน ความเร็วที่เพิ่มขึ่นย่อมมาพร้อมกับ ประโยชน์ใช้สอยที่เพิ่มขึ่นตามไปด้วย และบางที ด้วยฟังชั่นมากมายของมัน ทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง มีอะไรให้ทำด้วย มากกว่าคนเป็นๆด้วยซ้ำไป

สิ่งที่ผมอยากชวนกันมาแสดงความคิดเห็นวันนี้ก็เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน นั้นคือ ผมอยากถาม ซัก2ข้อ ว่า

ในวันๆหนึ่ง เราใช้คอมพิวเตอร์ไปกับการทำอะไรมากที่สุด ?

และ คุณคิดว่า คอมพิวเตอร์ควรจะมีหน้าที่ทำอะไรมากที่สุด(สิ่งที่มันควรจะเป็น) ?

   

          สำหรับผมเองนั้น ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ในคอมพิวเตอร์ไปกับการ ฟังเพลง ซึ่งก็อาจจะไม่แปลกเท่าไหร่ หลายๆคนก็คงจะใช้งานคอมพิวเตอร์ในลักษณะเดียวกับผม เพราะด้วยความสะดวกของมัน ที่ไม่ต้องเสียเวลาแม้แต่เปลี่ยนแผ่น CD แค่เรากดคลิก ก็สามารถฟังเพลงที่ต้องการได้ในทันที ซึ่งนิสัยแบบนี้ก็มีผลเสียนั้นคือ ทำให้เรามักง่ายมากขึ่น อยากฟังเพลงก็เข้าไปโหลดในเนต โหลดมาไม่ชอบ ก็แค่ลากลงถังขยะ เรื่องแบบนี้คงเป็นเรื่องปรกติทั่วไป แต่เราลองนึกว่าเราเป็นศิลปินที่ทำงานหละ จะรู้สึกยังไง ในสมัยก่อนนั้น ระดับความดังสามารถวัดผลจากยอดขายได้ คือ ถ้าศิลปินดัง เทปต้องขายดี แต่สมัยนี้นั้น ไม่มีอะไรยืนยันได้เลย เพลงที่คนร้องกันได้ทั้งประเทศอาจมียอดขายแค่ 3000แผ่นก็ได้ ก็ไม่ได้จะมาประชาสัมพันธ์ให้ช่วยอุดหนุนอะไรหรอกครับ เพียงแค่อยากชวนให้ลองมองในมุมมองอื่นที่คุณไม่เคยมองดูบ้าง ก็เท่านั้นเอง

          ส่วนคอมพิวเตอร์ควรจะทำหน้าที่อะไรมากที่สุดนั้น ผมคิดว่า มันควรจะช่วยทำให้มนุษย์สบายที่สุด อาจฟังดูเหมือนความคิดที่คนประดิษฐ์คอมพิวเตอร์คิด จริงๆแล้วมันควรจะเป็นอย่างนั้น แต่กลับกลายเป็นว่า ยิ่งคอมพิวเตอร์ทำงานเร็วเท่าไหร่ คนก็ยิ่งต้องทำงานหนักขึ่นเท่านั้น และ ด้วยประโยชน์ใช้สอยของมันที่มากมายทำให้เราสนใจคนเป็นๆกันน้อยลง แต่กลับไปสนใจคนในจอสีเหลี่ยมแบนๆกันมากขึ่น และไม่เพียงแค่จอเท่านั้นที่แบน ความสัมพันธ์ของคนก็แบนไม่แพ้กัน เรารู้จักกันเพียงแค่ด้านเดียว และเป็นด้านที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการให้รู้จักมากที่สุด พูดให้ตรงๆก็คือ ต่างคนต่างอาศัยอยู่ในเปลือก และคุยกันผ่านเปลือกนั้น ฟังดูหดหู่ชอบกลยังไงก็ไม่รู้นะ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ถึงแม้ว่ารู้ทั้งรู้ แล้วไงต่อละ จะแก้ยังไงดี เรื่องนี้ผมเองก็ไม่รู้ ก็ในเมื่อโลกแห่งความจริงมันไม่สามารถสร้างความสุขให้กับเราได้ เราจึงต้องหาทางออกบางอย่างให้กับมัน อาจฟังดูไม่ค่อยเกี่ยวกันซักเท่าไหร่ แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่ทรรศนะของผมเท่านั้นเอง อยากฟังความเห็นจากหลายๆคนด้วยครับ

มีนาคม 31, 2008

ตัวกูของกู

Posted in ถาม & ตอบ, เรื่องเล็ก tagged , , , , , ที่ 10:01 pm โดย pakornkrit

ขออนุญาติคุยเรื่องเครียดๆซักหน่อยนะครับ เผอิญว่าความคิดนี้มันเกิดขึ่นมาในหัวผมมาซักพักแล้ว ซึ่งผมก็คิดว่าซักพักมันก็คงจะหายไปเอง แต่กระทั่งเวลาผ่านไปเป็นเดือน มันก็ยังอยู่ และมันก็ยิ่งเพิ่มความสงสัยอยากรู้ของผมให้สูงขึ่นไปอีก แน่นอนครับ สิ่งที่ผมอยากรู้ มันก็ต้องเป็นคำถาม และคำถามนั้นผมก็ดันหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ซักที คำถามที่ว่าก็คือ

จำเป็นรึเปล่าที่คนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงจะต้องเป็นคนที่เห็นแก่ตัว ?

   

อย่างที่ขึ่นไว้บรรทัดแรกเลยครับ ว่าขอคุยเรื่องเครียดๆ ผมไม่ได้ไปเจอใครทำอะไรมาหรอกครับ เพียงแค่อยากรู้เฉยๆ มันเป็นความคิดที่อยู่ดีๆก็ลอยเข้ามาในหัว โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ และอย่างที่บอกคือ มันติดค้าง ลืมไม่ได้ ก็เลยต้องขออนุญาตินำมาลงในนี้เผื่อมีผู้สามารถชี้แนะ ข้อเท็จจริง ให้แก่ไอ้ความคิดของผม มันจะได้เลิกติดค้าง และออกไปจากหัวสมองผมซะที

   

สำหรับผมเองนั้น ผมไม่สามารถหาคำตอบของมันได้ (จึงนำมาลง) 2 อย่างนี้คือ ความเป็นตัวของตัวเอง กับ ความเห็นแก่ตัว มองดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน อย่างหนึ่งเป็นสิ่งที่ดี อีกอย่างเป็นสิ่งที่ไม่ดี คนรังเกียจ แต่ถ้ามองดูดีๆแล้ว มันมีจุดเชื่อมบางๆเชื่อมต่อถึงกันอยู่ เพราะการที่เราจะเป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงได้นั้น เราจำเป็นต้องมั่นใจในความคิดของตัวเองมากๆ และการมั่นใจความคิดตัวเองมากๆนั้นเอง ยอมหมายถึงการปฏิเสธความคิดของคนอื่นไปโดยอัตโนมัติ

จะว่าไปแล้ว ผมเอง ก็เป็นคนที่คิดว่าตัวเองมีความเป็นตัวของตัวเองสูงคนหนึ่ง อะไรก็ตามที่ผมคิดว่ามันไม่ได้เหตุผลที่เข้าท่า(สำหรับผม) ผมก็จะไม่ทำ โดยที่ไม่สนใจว่าคนอื่นเค้าจะยังไง ซึ่งจะบอกว่า ผมเป็นคนที่เห็นแก่ตัวด้วยมั้ย อันนี้ไม่แน่ใจซักเท่าไหร่ คือจะยอมรับก็ไม่เชิง เพราะผมก็ยังมีความรู้สึกอยากแบ่งปันอะไรหลายๆอย่างให้คนอื่นอยู่ ในบางเรื่อง แต่ก็อีกนั้นแหละ จะปฏิเสธก็พูดไม่ได้เต็มปากซะทีเดียว อย่างผมนั้น ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใครเค้า ไม่ชอบให้ใครมายุ่ง และเป็นคนขี้รำคาญ ซึ่งก็เข้าข่ายเหมือนกัน ผมก็เลยไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่า เออ แล้วตกลงมันอะไรกันแน่(วะ)

มีนาคม 21, 2008

ไร้รส นิยม-tasteless

Posted in ถาม & ตอบ, สังคม tagged , , , ที่ 3:33 pm โดย abdunng

อะไรคือความไร้รสนิยม ใครคือผู้ที่สามารถที่จะตัดสินผู้อื่นได้ว่าคนๆนั้นไร้รสนิยม

ผมไม่รู้หลอกว่าคำว่า”ไร้รสนิยม”จริงๆแล้วนะมันมีบรรทัดฐานในการนำไปใช้กับใคร โอกาศใด และใช้อะไรในการตัดสินบุคคลนั้นๆว่าบุคคลนั้นๆเป็นผู้ไร้รสนิยม

ผมก็เคยใช้ หลายๆครั้งยังเผลอหลุดไปเลย 

จากการที่ผมได้มีโอกาศในการได้คลุกคลีกับบุคคลหลายคนที่ใช้คำนี้ และใช้เองแล้ว ผมจึงบอกได้ว่ากลุ่มคำกลุ่มนี้จะมีคำที่ตามมาด้วยซึ่งก็คือ”เสี่ยว” และ”ลาว” “เสี่ยว”นะผมคิดว่าน่าจะมีความหมายคล้ายๆกับ”ไร้รสนิยม”ซึ่งทั้งสองคำนี้ก็น่าจะมีเป้าหมายในการใช้ตรงกันซึ่งก็คือการดูถูก ดูหมิ่น หรือเหยียดหยามบุคคลที่โดนด่า แล้วคำว่า”ลาว”ละมันมาได้ไงกัน อาจจะเป็นการใช้คำที่มีผลพลอยได้มาจากการเหยียดหยามชาติเพื่อนบ้านเราที่เค้าอาจจะไม่เจริญทางด้านวัตถุเท่าบ้านเรา จึงนำเอาชื่อประเทศเค้ามาใช้เป็นคำปรามาถบุคคลอื่นๆที่ไม่ทำตัวหรือปฎิบัติตนตาม ความคิดของคนที่ใช้คำนี้

ผมก็เคยโดน

แต่คุณคิดว่าเป็นสิ่งที่ฉลาดแล้วเหรอที่จะนำคำเหล่านี้มาว่าคนอื่นที่เค้าแปลก แตกต่าง มันไม่ได้ช่วยให้คุณ หรือผมสูงขึ้นเลยมีแต่ต่ำลง กลายเป็นคนที่มองอะไรแค่เปลือกนอก ซึ่งเป็นสิ่งที่แม่งโง่มากอะ การดูถูกคนอื่นมันมีแต่จะแสดงให้เห็นว่าสภาพจิตของคุณหรือผมตกต่ำลง

ไอ้คำนี้นะมันก็แค่ใช้ตัวเองเป็นเหมือนจุดศูนย์กลางไม่ใช่เรอะเหมือนตัวเองแม่งสุดยอดสุดแล้ว ถึงไปด่าคนๆนั้นได้ แต่ผมว่านะถ้าเวลา และสถานที่เปลี่ยนไป คุณนั่นแหละที่เป็นคนที่ “ไร่รสนิยม”…

นี่เป็นความเห็นของกระผมนะพี่น้อง แล้วคุณคิดว่าไอ้คำนี้นะมันคืออะไร มันหมายความยังไง

มกราคม 7, 2008

คำ และความหมายของมัน

Posted in ถาม & ตอบ tagged , , , , , ที่ 10:05 pm โดย epizilos

ระหว่างคำว่า“คนที่เดินไปข้างหน้า”กับ“คนที่หยุดเดิน” คุณคิดว่า คำ2คำนี้ มันหมายถึงอะไร ?

       

         

สำหรับผมน่ะ  ผมคิดว่า”คนที่ก้าวไปข้างหน้า”เนี่ยเขาอาจจะมีความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับบางสิ่งบางอย่างที่รอเขาอยู่ก็ได้แต่”คนที่หยุดเดิน”เขาก็อาจจะหยุดชะงักเพื่อจะคิดหรือไตร่ตรองอะไรบางอย่างอยู่ก็เป็นได้ 

แล้วสำหรับคุณล่ะ คิดว่า คำ 2คำนี่มันหมายถึงอะไร ?

      

พฤศจิกายน 14, 2007

จินตนาการ คือ อะ ไร ?

Posted in ถาม & ตอบ tagged , , , , , , ที่ 2:30 pm โดย pakornkrit

คำถามนี้เป็นคำถามที่ติดอยู่ในหัวผมมานานแล้ว ถามตัวเอง-ตอบตัวเอง มานานแล้วครับ เลยอยากจะลองถาม คนอื่น บ้าง ว่า จินตนาการ สำหรับคุณแล้ว มัน คือ อะ ไร ???

         

         

         

……

*ตอบมาได้เลยนะครับ ไม่มีถูกไม่มีผิดครับ ไม่ใช่แบบทดสอบ IQ ครับ แค่อยากรู้เฉยๆ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องเป็นคำตอบที่เรารู้สึกจริงๆ ออกมาจากข้างในจริงๆ*