สิงหาคม 23, 2009

ความทึมเทาของเปลือกสีหม่น

Posted in บทกวี, ปรัชญา tagged , , , , , , , , , ที่ 11:00 pm โดย pakornkrit

ใครบางคนผู้นั้น

เร้นกายในเงามืด

ซ่อนเนื้อในไว้หลังฉาก

ปกคลุมสิ่งโสมมด้วยผิวผ่องใส

ภายนอกคือรอยยิ้มแสนจอมปลอม

ภายในคือตุ่มหนองแสนเน่าเฟะ

รอวันน้ำเหลืองสาดกระเซ็น

สิ่งที่หลงเหลืออยู่ภายในคือความลวงหลอก

ความลวงหลอกที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่เว้น

ดั่งเนื้อร้ายที่กัดกินสู้เนื้อใน

ลุกลามแพร่กระจายดั่งไฟพิโรธ

แผดเผาวอดวาย มลายสิ้น

เหลือไว้พียง ผงธุลีในสายลม

หรือทั้งหมดคือมายาภาพ

แท้จริงแล้ว สิ่งใดจริง สิ่งใดลวง

ใครเล่าจะตอบได้

ฤ ทั้งหมดคือสิ่งลวงตา

ฤ วันวานไม่เคยมีอยู่จริง

ฤ อนาคตเป็นเพียงคำปลอบใจ

ฤ ทั้งหมด เป็นแค่ฉากที่ข้ากำหนดมันขึ้น เพื่อดับชีวิตตัวข้าเอง

ฤ กลับเป็นตัวข้านั้นเองที่แสน …ว่างเปล่า…

โฆษณา

มกราคม 2, 2009

bon voyage

Posted in บทกวี tagged , , , , , , ที่ 12:33 am โดย pakornkrit

เพียงเสี้ยววินาทีผันผ่าน

จากปัจจุบันเปลี่ยนแปรสู่อดีต

จากอนาคตเปลี่ยนแปรสู่ปัจจุบัน

เหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำแสนสวยงาม

ให้หวนระลึกถึงยามเผชิญโศก

ความทรงจำ ที่ยังคงความสวยงามทุกครา

ที่เราเหลียวหลังมองย้อนกลับไป

ราวกับห้วงเวลานั้นไม่เคยจืดจางผ่่านพ้นไป แม้เวลาผ่านเท่าใด

ราวกับห้วงเวลานั้นยังคงเดินตามหลังเราอยู่ห่างๆ ตลอดเวลา

ราวกับห้วงเวลานั้นถูกสตัฟฟ์ไว้ ในพิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ

พิพิธภัณฑ์ที่พร้อมจะเปิดเสมอ ทุกคราที่เราต้องการจะเข้าไปเยี่ยมชม

ภายในพิพิธภัณฑ์ถูกตกแต่งด้วยความอบอุ่นแห่งอดีต

ประดับประดาด้วยแสงไฟนวลอ่อนสีชา

ราวกับอลิสที่กำลังเดินทางอยู่ในโลกสีซีเปีย

ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่างลงไปบนพื้นพรม

ต่างมีความทรงจำแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่

ย่างก้าวที่ยิ่งก้าวเดินออกไป

ราวกับกำลังนั่งชมหนังสาีรคดีชีวิตตนเองอยู่

สารดคีที่มีผู้ชมเพียงคนเดียว

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องจะน่าเบื่อเพียงใด

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องจะน่าตื่นเต้นเพียงใด

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องน่าจะดีใจเพียงใด

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องจะน่าเศร้าเพียงใด

ท้ายที่สุด หนังสารคดีเรื่องนี้ก็คงต้องจบลง

เมื่อนั้นคงถึงเวลาที่เราคงต้องลุกออกจากโรง

หลายครั้งหลายครา ที่เราไม่อยากจะลุกออกไป

ออกไปเผชิญกับความเป็นจริง

ที่รอวันถูกบรรจุลงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราก็ต้องลุกออกไป

ไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง

โลกที่ทุกสิ่งเกิดขึ้นและดับลงตรงหน้า

โดยหวังเอาไว้ลึกๆว่า

เมื่อไหร่ก็ตาม

ที่เสี้ยววินาทีหยุดเดิน

ที่เปลือกโลกหยุดการเคลื่นไหว

ที่หมู่ดาราหยุดเปล่งประกายแสง

เมื่อนั้น

เราคงได้พบกันอีก

ธันวาคม 14, 2008

fullmoon lullaby

Posted in บทกวี tagged , , , , , ที่ 12:19 am โดย pakornkrit

ลมหายใจรวยรินอันเบาบาง

คละคลุ้งปนเปกับไอยะเยือกแห่งฤดูกาล

ห้วงอารมณ์เก่าๆ ยังคงหลอกหลอน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สรรพสิ่งซึ่งเคยชัดแจ้ง กลับพร่ามัวลง

ราวกับสติที่มีเหลืออยู่เพียงน้อยนิดจะขาดสะบั้นลง ในชั่วพริบตา

เสียงอื้ออึงแห่งค่ำคืนอันอ้างว้าง ทะลุทะลวงทุกโสตประสาท

ปฏิกริยาตอบสนองระงับการทำงานลง โดยไม่มีสาเหตุ

กลุ่มก้อนความหวังมากมาย ระเหยหายไป อย่างไม่มีหนทางหวนกลับ

เหลือทิ้งไว้เพียงซากศพอันว่างเปล่า

ดั่งไม้ผลเปลือกสวยสด ปราศจากเนื้อในแสนหวาน

ดั่งบุบฝาบานสะพรั่ง ปราศจากหมู่แมลงดอมดม

ดั่งมหาสมุทรแสนเย็นช่ำ ปราศจากซึ่งสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

ดั่งจันทราสกาวแสนขาวนวล ปราศจากสายตาใดๆจับจ้องเพ่งมอง

พฤศจิกายน 14, 2008

Seasons ฤดูกาล

Posted in บทกวี, เรื่องรัก ที่ 8:58 pm โดย PP@UL

ฉันรู้สึกถึงกลุ่มเมฆนับล้าน

ที่เคลื่อนผ่านมาช้าๆ ผ่านในฤดูหนาวของฉัน

ซึ่งแยกฉันออกมา…

จากทุ่งหญ้าที่กำลังงอกงาม

ที่ผิดไปจากธรรมดา ที่ได้ครอบคลุมท้องฟ้าเอาไว้

กลิ่นหอมของเทอ ไม่อาจทำให้สมองของฉันหลีกเลี่ยงได้

จิตวิญญาณของฉันเหมือนถูกแขวนไว้กับที่

..กาลเวลาที่ถูกลบออกไป

แต่เทอก็ยังหลงเหลืออยู่

แต่เมื่อ…ปราศจากเทอ

ชีวิตก็ไม่กลับกลายเป็นสีเขียวอีกครั้ง

แต่กลุ่มเมฆที่คลอบคลุมท้องฟ้าก็ยังคงเป็นสีดำ

ในขณะที่จิตวิญญาณของฉันกำลังถูกแขวนอยู่

ฤดูกาลก็กลับกลายเป็นช่วงเวลาของเทออีกครั้ง

กลุ่มเมฆก็จะพัดผ่านช่วงเวลาของเทอ

วิญญาณของฉันที่ถูกแขวนบนความตาย ช่างทรมานนักหนา

ฉันเบื่อกับความโดดเดี่ยว

ฉันจะดึงความโดดเดี่ยวกลับมาไว้ข้างหลังอีกครั้ง

ในขณะที่เวลาเปลี่ยนฤดูของมัน

ฉันก็เป็นได้แค่เพียงเมล็ดพืชของเทอ

พฤศจิกายน 7, 2008

ขวานเปื้อนเลือด

Posted in บทกวี, สังคม tagged , , , , , ที่ 10:53 pm โดย pakornkrit

ธงชาติพริ้วไหว

โบกสะบัด

บนยอดตึกสูง

เสียงไมโครโฟนยังคงดัง

—–

ร่างกายมากมาย

เบียดเสียด

อัดกระแทก

เสียงไม่โครโฟนยังคงดัง

—–

ห่ากระสุน และคมมีด

โต้ตอบไปมา

ดั่งคำทักทาย

เสียงไมโครโฟนยังคงดัง

—–

เลือดในกาย

สาดกระจาย

ไหลอาบพื้น

เสียงไมโครโฟนยังคงดัง

—–

อวัยวะมากมาย

ฉีดขาด

หลุดลอย

เสียงไมโครโฟนยังคงดัง

—–

เสียงโอดครวญ

ก้องกังวาน

สอดประสาน

เสียงไมโครโฟนยังคงดัง

—–

น้ำตาโศกา

ไหลริน

เจิ่งนอง

เสียงไม่โครโฟนยังคงดัง

—–

ซากศพมากมาย

ทับถม

ศพแล้ว ศพเล่า

เสียงไม่โครโฟนยังคงดัง…

ตุลาคม 30, 2008

somewhere between the moon and the sea

Posted in บทกวี, เรื่องรัก tagged , , , , , , , , , ที่ 2:00 am โดย pakornkrit

มวลอากาศที่บางเบา

ไอระเหยแห่งผืนน้ำเวิ้งว้าง

ละอองจันทร์ที่ฟุ้งกระจาย

ความเงียบที่สามารถสดับได้

สายลมบางเบาแสนเสียดแทง

บุปผานางหนึ่งถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางรอยแตกแห้งแห่งดินทราย

จากเพียงรากแก้ว เติบโต ผลิใบ และเบ่งบานในที่สุด

สิ่งแรกที่นางเห็นเมื่อลืมตาตื่นขึ้นบนโลกใบนี้

คือร่างมโหฬารของไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

และเป็นสิ่งสุดท้ายในพื้นที่อันแห้งแล้งนั้นด้วยเช่นกัน

แรกเริ่ม นางไม่กล้าชวนไม้ใหญ่คุย

ด้วยรูปร่างทั้ง 2 ที่แตกต่างกัน

จึงกลัวไม้ใหญ่จะไม่พูดคุยกับตน

มากมายวันวารที่ผันผ่าน

คำพูดที่ยังคงถูกเก็บไว้

แววตาที่เพียงจ้องมองออกไป

เพียงเท่านั้น

ความรู้สึกที่แปรเปลี่ยน

จากวินาทีแห่งความสงสัย

กลายเป็นวินาทีแห่งความห่วงหา

จากความเบ่งบานของกลีบใบ

บัดนี้ หลงเหลือเพียงความทรงจำ

จากกลีบใบที่เคยจับจ้องเต็มพื้นที่ก้านกิ่ง

กลับร่วงหล่นไปจับจองอยู่ ณ พื้นเบื้องล่างหมดสิ้น

กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนแปร

ดั่งฝูงนกอพยพเปลี่ยนถิ่นฐาน

จากไปไม่หวนคืน

บุปผารู้ดีถึงชะตาตนเอง

ไม่ต่างจากที่รู้ถึงความรู้สึกลึกๆในใจของตน

ความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายเปรียบกับถ้อยคำหรือแม้แต่ท่วงทำนองใดๆได้

แต่กระนั้น กำแพงน้ำแข็งเบื้องหน้ากลับทำให้ทั้ง 2 เหมือนอยู่กันคนละจักรวาล

และในช่วงชีวิตสุดท้ายของนาง

กับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตที่มีอยู่

กับสิ่งแรก สิ่งสุดท้าย และสิ่งสำคัญที่สุด ที่นางได้เคยสัมผัส

เสียงๆหนึ่งหลุดลอยออกมา

ให้มวลอากาศและละอองจันทร์เป็นดั่งพาหนะ

นำพาเอาความรู้สึกทั้งหมดที่มี

ปิดผนึกใส่ซองอย่างดี

เดินทางมุ่งสู่จุดหมาย

ณ ดินแดนแห่งความหวัง

ตุลาคม 18, 2008

point of no return

Posted in บทกวี, สังคม tagged , , , , , ที่ 9:44 pm โดย pakornkrit

ในโลกของเสรีชน

โลกซึ่ง

อัตตา

คมกว่า คมดาบใดๆ

โลกซึ่ง

วาจา

ถูกบรรจุ แทนกระสุนปืน

โลกซึ่ง

ความถูกต้อง

เป็นเพียงข้ออ้าง ของคนฉลาด

โลกซึ่ง

ผู้คน

หิวกระหาย ในสิ่งที่ตนเองไม่เข้าใจ

โลกซึ่ง

ความสุข

เกิดจาก การเพิ่มความทุกข์ให้ผู้อื่น

โลกซึ่ง

ความจริง

คือความลวง ที่ถูกทำให้จริง

โลกซึ่ง

ชีวิต

ถูกกำหนด จากสิ่งไม่มีชีวิต

กันยายน 19, 2008

เรื่องราวการเคลื่อนตัวของเม็ดฝนบนกระจก

Posted in บทกวี, ปรัชญา tagged , , , , , ที่ 1:20 am โดย pakornkrit

ฟากฟ้ากว้างใหญ่

บรรจุซึ่งเมฆทึมเทา

ส่งเสียงคำรามดั่งราชสีห์แห่งพงไพร

ละอองความชื้นถูกดูดดึง

ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลแห่งมวลอากา๋ศ

พลันกลุ่มก้อนทึมเทาที่เคยบางเบา

กลับแน่นหนักและหนาทึบขึ้น

จากสีสันแสนขาวนวล

บัดนี้ หลงเหลือเพียงความหมองหม่น

ละอองความชื้นยังคงถูกดูดดึง

โดยปราศจากซึ่งเรี่ยวแรงต่อต้านใดๆ

ราวกับยินดีกับการถูกดูดดึง

เมื่อการรวมตัวเกิดขึ้นในปริมาณที่เพียงพอ

หรือพูดให้ถูก ในปริมาณที่มากเกินไป

การระเบิดครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น ณ กลางฟากฟ้า

แทบจะทันทีที่การระเบิดกำเนิดขึ้น

ละอองน้ำมากมายก็โปรยปรายลงสู่พื้นดิน

ราวสัตว์ป่าที่ถูกกักขังมาเป็นเวลานาน

ถูกปลดปล่อยตัวสู่อิสรภาพ

ดิ่งลง

กระทบพื้นผิว

แหลกสลาย

กลายเป็นไอ

ระเหย

ลอยสูงขึ้น

กลับสู่ฟากฟ้า

ดังเดิม

รอคอยเพียง

การดูดดึง

เพื่อกลับมา

ร่วงหล่น

ครั้งแล้ว

ครั้งเล่า

สิงหาคม 7, 2008

คว้า

Posted in บทกวี tagged , , , , ที่ 10:07 pm โดย pakornkrit

I went to the wood because I wanted to live deep and suck out all the narrow of life!

To put to rout all that was not life.

And not, when I came to die, discover that I had no lived.

from Dead Poets Society (1989)

————————————————-

พงป่าที่ข้าเพียรแผ้วถาง

มิใช่เพื่อความมั่งคั่งในสินทรัพย์เงินทอง

หรือเพื่อเกียรติยศชื่อเสียงลือลั่นใดๆ

แต่ข้าเฝ้าแผ้วถาง เพื่อค้นหา และซืมลึกลงถึงแก่นแท้แห่งชีวิต

เพื่อการนั้นแล้ว ข้าจำต้องขจัดสิ้นสิ่งที่มิใช่แก่นแท้แห่งชีวิตตัวข้าให้หมดไป

และเมื่อใดที่กาลล่วงเลยผ่าน ถึงวันที่ร่างกายตัวข้าต้องดับสิ้นลง

ข้าจักไม่โศกเศร้าเสียใจ ถึงชีวิตที่ข้ามิเคยได้มีโอกาสใช้มันเลย

กรกฎาคม 10, 2008

ทะเลเวลา

Posted in บทกวี ที่ 10:09 pm โดย pakornkrit

กระแสน้ำเชี่ยวกราด

การโหมกระหน่ำแห่งลมอนาคต

ก่อกำเนิดพายุเวลา

กระหน่ำพัด

ไร้รูปแบบ

ไร้ทิศทาง

ไร้ที่มา

ไร้ที่ไป

กระจัดกระจาย

ผุพัง

แตกหัก

สูญสลาย

ดั่งคนบ้าขาดสติ

เต้นรำอยู่กลางทะเลเพลิง

ร่ำสุราอย่างมีความสุข

ขณะเปลวเพลิงกำลังกัดกินผิวกาย

———-

ผืนฟ้ากว้างใหญ่ที่เคยสวยสด

ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มก้อนสีเทาเข้ม

แสงตะวันที่เคยแผดเผาผืนน้ำ

กลับอ่อนแรงลงราวหมดสิ้นพลัง

ความบ้าคลั่งแห่งสายน้ำ

ก่อให้เกิดวังวนขนาดใหญ่

หวุนวน สร้างเกลียวคลื่นมหึมา

กลืนกินทุกสิ่ง ให้สิ้นไป

ไม่เว้นกระทั่งความทรงจำแห่งอดีต

หรือตัวตนของใครบางคน

———-

ณ วังวงแห่งนั้น

ใครคนหนึ่ง

ร่วงหล่น

ดิ่งลง

สู่

ใจกลาง

ค่อยๆจมลง

อย่างสงบ

และหายไป

ราวกับไม่เคยมีตัวตนมาก่อน

หน้าถัดไป