พฤศจิกายน 14, 2008

Seasons ฤดูกาล

Posted in บทกวี, เรื่องรัก ที่ 8:58 pm โดย PP@UL

ฉันรู้สึกถึงกลุ่มเมฆนับล้าน

ที่เคลื่อนผ่านมาช้าๆ ผ่านในฤดูหนาวของฉัน

ซึ่งแยกฉันออกมา…

จากทุ่งหญ้าที่กำลังงอกงาม

ที่ผิดไปจากธรรมดา ที่ได้ครอบคลุมท้องฟ้าเอาไว้

กลิ่นหอมของเทอ ไม่อาจทำให้สมองของฉันหลีกเลี่ยงได้

จิตวิญญาณของฉันเหมือนถูกแขวนไว้กับที่

..กาลเวลาที่ถูกลบออกไป

แต่เทอก็ยังหลงเหลืออยู่

แต่เมื่อ…ปราศจากเทอ

ชีวิตก็ไม่กลับกลายเป็นสีเขียวอีกครั้ง

แต่กลุ่มเมฆที่คลอบคลุมท้องฟ้าก็ยังคงเป็นสีดำ

ในขณะที่จิตวิญญาณของฉันกำลังถูกแขวนอยู่

ฤดูกาลก็กลับกลายเป็นช่วงเวลาของเทออีกครั้ง

กลุ่มเมฆก็จะพัดผ่านช่วงเวลาของเทอ

วิญญาณของฉันที่ถูกแขวนบนความตาย ช่างทรมานนักหนา

ฉันเบื่อกับความโดดเดี่ยว

ฉันจะดึงความโดดเดี่ยวกลับมาไว้ข้างหลังอีกครั้ง

ในขณะที่เวลาเปลี่ยนฤดูของมัน

ฉันก็เป็นได้แค่เพียงเมล็ดพืชของเทอ

โฆษณา

ตุลาคม 30, 2008

somewhere between the moon and the sea

Posted in บทกวี, เรื่องรัก tagged , , , , , , , , , ที่ 2:00 am โดย pakornkrit

มวลอากาศที่บางเบา

ไอระเหยแห่งผืนน้ำเวิ้งว้าง

ละอองจันทร์ที่ฟุ้งกระจาย

ความเงียบที่สามารถสดับได้

สายลมบางเบาแสนเสียดแทง

บุปผานางหนึ่งถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางรอยแตกแห้งแห่งดินทราย

จากเพียงรากแก้ว เติบโต ผลิใบ และเบ่งบานในที่สุด

สิ่งแรกที่นางเห็นเมื่อลืมตาตื่นขึ้นบนโลกใบนี้

คือร่างมโหฬารของไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

และเป็นสิ่งสุดท้ายในพื้นที่อันแห้งแล้งนั้นด้วยเช่นกัน

แรกเริ่ม นางไม่กล้าชวนไม้ใหญ่คุย

ด้วยรูปร่างทั้ง 2 ที่แตกต่างกัน

จึงกลัวไม้ใหญ่จะไม่พูดคุยกับตน

มากมายวันวารที่ผันผ่าน

คำพูดที่ยังคงถูกเก็บไว้

แววตาที่เพียงจ้องมองออกไป

เพียงเท่านั้น

ความรู้สึกที่แปรเปลี่ยน

จากวินาทีแห่งความสงสัย

กลายเป็นวินาทีแห่งความห่วงหา

จากความเบ่งบานของกลีบใบ

บัดนี้ หลงเหลือเพียงความทรงจำ

จากกลีบใบที่เคยจับจ้องเต็มพื้นที่ก้านกิ่ง

กลับร่วงหล่นไปจับจองอยู่ ณ พื้นเบื้องล่างหมดสิ้น

กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนแปร

ดั่งฝูงนกอพยพเปลี่ยนถิ่นฐาน

จากไปไม่หวนคืน

บุปผารู้ดีถึงชะตาตนเอง

ไม่ต่างจากที่รู้ถึงความรู้สึกลึกๆในใจของตน

ความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายเปรียบกับถ้อยคำหรือแม้แต่ท่วงทำนองใดๆได้

แต่กระนั้น กำแพงน้ำแข็งเบื้องหน้ากลับทำให้ทั้ง 2 เหมือนอยู่กันคนละจักรวาล

และในช่วงชีวิตสุดท้ายของนาง

กับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตที่มีอยู่

กับสิ่งแรก สิ่งสุดท้าย และสิ่งสำคัญที่สุด ที่นางได้เคยสัมผัส

เสียงๆหนึ่งหลุดลอยออกมา

ให้มวลอากาศและละอองจันทร์เป็นดั่งพาหนะ

นำพาเอาความรู้สึกทั้งหมดที่มี

ปิดผนึกใส่ซองอย่างดี

เดินทางมุ่งสู่จุดหมาย

ณ ดินแดนแห่งความหวัง

สิงหาคม 13, 2008

มะลิ

Posted in เรื่องรัก, เรื่องสั้น, เรื่องเล็ก tagged , , , , , , ที่ 11:18 pm โดย pakornkrit

เม็ดฝนโปรยลงมาในตอนเช้า

ถือเป็นวันที่เริ่มต้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

โดยเฉพาะกับเธอ

เธอ ทำงานเป็นเจ้าของร้านขายดอกไม้เล็กๆแห่งหนึ่ง

แม้ว่าขนาดของร้านจะไม่ใหญ่โตอะไร แต่เธอก็ภูมิใจกับมัน

อาจเป็นเพราะเธอมีความสุขกับสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ก็เป็นได้

หน้าที่หลักของเธอคือ การเลือกดอกไม้ที่ลูกค้าต้องการ รวมทั้งการจัดวางอย่างสวยงาม

รอคนนำมันไปเติมความสุขให้แก่ใครซักคน

แต่โดยปรกติแล้ว ร้านของเธอไม่ค่อยมีลูกค้าซักเท่าไหร่

“คนสมัยนี้เค้าเลิกสนใจดอกไม้กันแล้วหรือ”

“น่าสงสารดอกไม้จัง” หญิงสาวเคยคิด

แต่วันนี้นั้นพิเศษกว่าทุกวัน

พื้นที่ภายในร้านที่แสนจะคับแคบอยู่แล้วกลับยิ่งแคบขึ้นไปอีก

เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันพิเศษ

แน่นอน ในวันนี้ดอกไม้ดูจะมีคุณค่าขึ้นมาทันที

โดยเฉพาะดอกมะลิที่ร้อยเป็นพวงมาลัย

“อยากให้ทุกวันเป็นแบบนี้จัง” หญิงสาวคิดขณะกำลังยุ่งอยู่กับรายการมากมายที่ลูกค้าสั่งไว้

ภายนอกฝนยังคงตกอยู่ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ

ลูกค้ามากมายยังคงเดินเข้าออกร้านของเธอ

เหลือทิ้งไว้เพียงรอยเท้าเปียกชื้นที่เหยีบทับกันจนไม่หลงเหลือรูปร่างเดิม

อาจเป็นเพราะจำนวนลูกค้าที่เยอะกว่าทุกวัน

หรือเพราะคนที่รอการกลับมาของเธออยู่ที่บ้าน ทำใหวันนี้้หญิงสาวดูกระฉับกระเฉงกว่าทุกวัน

ดูเหมือนวันนี้หญิงสาวจะอยากปิดร้านให้เร็วที่สุด แต่จำนวนลูกค้ามากมายก็ดูเหมือนจะไม่ให้เธอได้ทำเช่นนั้น

“บ่าย 2 แล้ว” หญิงสาวคิดขณะเหลือบดูนาฬิกาที่แขวนไว้บนผนัง พร้อมกับก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป

แต่ในใจของหญิงสาวนั้น ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว

“มีพวงมาลัยดอกมะลิรึเปล่าคะ” เสียงลูกค้าคนหนึ่งปลุกเธอจากภวัง

หญิงสาวใช้เวลารวบรวมสติครู่นึง ก่อนจะก้มลงไปดูที่ตะกร้า

ในใจหญิงสาวเกิดความลังเลขึ้นชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบลูกค้าไปว่า

“ยังเหลืออยู่ค่ะ พวงสุดท้ายพอดีเลย”

หญิงสาวจัดแจงหยิบพวงมาลัยดอกมะลิพวงสุดท้ายนั้นใส่ถุงให้ลูกค้า พร้อมกล่าวคำขอบคุณ “สุขสันต์วันแม่นะคะ”

จากนั้น เธอก็ได้ก้มลงมองดูในตะกร้่าที่เคยบรรจุพวงมาลัยดอกมะลิไว้อีกครั้งหนึ่ง

“พวงมาลัยดอกมะลิหมดแล้ว”

“สงสัยจะได้เวลาปิดร้านซักที” หญิงสาวพูดพึมพัมกับตัวเองพร้อมกับเหลือบมองนาฬิกาบนผนังอีกครั้ง “5โมงแล้วหรอเนี้ย”

หญิงสาวรีบจัดการเก็บดอกไม้ที่เหลืออยู่ให้เข้าที่ อย่างเร่งรีบ

ก่อนออกจากร้านหญิงสาวเหลือบมองดูดอกไม้ดอกอื่นๆอยู่ครู่นึง ก่อนจะปิดประตูร้าน

ตลอดระยะทางจากร้านถึงบ้านของเธอ ในใจหญิงสาวคิดถึงอยู่แต่เพียงคนๆเดียว ที่ขณะนี้กำลังรอการกลับมาของเธออยู่ที่บ้าน

ก่อนจะเข้าบ้าน หญิงสาวแวะที่ร้านๆหนึ่งที่หน้าปากซอยบ้านของเธอ

“พวงมาลัยดอกมะลิพวงนึงค่ะ”

สิงหาคม 11, 2008

สลัว

Posted in เรื่องรัก, เรื่องสั้น tagged , , , , , , , , ที่ 11:53 pm โดย pakornkrit

ความมืด

สิ่งแรกที่ผมสัมผัสได้

สิ่งแรก ……

แปลก

ทำไมผมจำอะไรก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย

ลองใช้ความพยายามอีกรอบ

ไม่ได้ผล

ความทรงจำของผมยังคงกลวงเปล่า

คล้ายกล้องที่ไม่ได้รับการบรรจุฟีลม์

หรือว่านี้คือความฝัน …

ผมเริ่มรวบรวมสติ แล้วเพ่งมองไปยังพื้นที่สีดำรอบตัว

เผื่อมีอะไรบางอย่าง …

อะไรบางอย่าง นอกเหนือจากตัวผมในพื้นที่กลวงเปล่าแห่งนี้

และผมก็สังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง ไม่ใกล้ ไม่ไกล จากจุดที่ผมอยู่

สายตาผมเริ่มทำงานหนักขึ้นเพื่อปรับความชัดของภาพในความมืด

แล้วผมก็เห็น เธอ ยืนอยู่ท่ามกลางความมืด

ภาพหญิงสาิวยืนหันหลังอยู่ปรากฏภายหน้าผม

แม้จะไม่ชัดเจนนัก แต่ผมกลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

คุ้นเคย …

เหมือนหัวสมองของผมจะคิดอะไรบางอย่างออก

แต่ก็คิดไม่ออก

หรือผมจะเคยรู้จักเธอมาก่อน

อาการปวดหัวเริ่มกัดกินความคิดของผม

ทำให้ผมต้องพยายามเปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่น

…..

5 เมตร …

จากการคำนวณอย่างหยาบๆของผม

พบว่าระยะห่างระหว่าง ผม และ เธอ คือ 5 เมตร

ยังไม่ทันได้ัคิด ได้ตัดสินใจอะไร

ขาของผมก็ก้าวไปข้างหน้า หวังเพียงเพื่อทำลายระยะห่างระหว่าง ผม และ เธอ

ก้าวแล้วก้าวเล่าที่เหยีบย่ำลงไปบนความมืด

แต่ระยะห่างระหว่าง ผม และ เธอ กลับยังคงเท่าเดิม

หรือผมอาจจะออกแรงน้อยเกินไป

ผมออกแรงก้าวเดินอีกครั้งโดยออกแรงให้มากกว่าเดิม

หยดน้ำเล็กๆมากมายเริ่มปรากฏตามผิวหนังของผม

แต่ผลที่ได้ก็เหมือนเดิม

ผมหยุดเดินและหันมาลองสังเกตุสิ่งอื่นๆดู เผื่อจะเจออะไรอย่างอื่น

อะไรอย่างอื่น ในความมืดมิดแห่งนี้ ที่สามารถโยงไปถึงเธอได้

แต่ก็ไม่พบสิ่งใดๆ หรือแม้แต่ใครอยู่เลย

ภายในห้วงความมืดแห่งนี้ มีเพียง ผม และ เธอ

หรือผมควรตะโกนเรียกเธอ

ชื่อ …

ความเจ็บปวดกัดกินความคิดผมอีกครั้งที่ผมพยายามนึกถึงชื่อของเธอ

และมันเจ็บปวดกว่าครั้งแรก

ผมพยายามไม่นึกถึงชื่อของเธอ และลองตะโกนเรียกเธอ

ตามที่ผมคาดไว้ ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมา

ผมเริ่มหมดหวัง และทรุดตัวลงนั่ง

เธอ ยังคงยืนนิ่ง อยู่ที่เดิม

หรือทั้งหมดนี้จะเป็นเพียงแค่ความฝันจริงๆ

ถ้างั้นแล้วผมควรจะต้องทำอะไรต่อไป

หรือผมมีหน้าที่แค่ จ้องมองเธอที่ผมคุ้นเคย จากระยะ 5 เมตร

แล้วปล่อยให้เวลาฉุดผมให้ตื่นขึ้น

ใช่! เวลา

เร็วเท่าความคิด สายตาผมก็จับจ้องไปที่นาฬิากาบนข้อมือของตัวเอง

เข็มสั้นชี้ที่เลข 9 ส่วนเข็มยาวชี้ที่เลข 11

แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ

ผมลุกขึ้นยืนและเริ่มสำรวจตัวเองดูว่ามีอะไรติดตัวมาบ้าง

นอกจากนาฬิกาข้อมือที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

ผมก็พบเพียงเศษกระดาษ ที่บรรจุข้อความจากลายมือที่ผมไม่คุ้นเคย

ผมพยายามอ่านข้อความจากลายมือนั้น แต่ก็ไม่สำเร็จ

หรือมันไม่ใช่ข้อความ

ผมลองมองมันอีกครั้ง พบว่ามันเป็นภาพร่างจากลายเส้นหยาบๆ

สมองของผมเริ่มปรับลายเส้นต่างๆให้เข้าที่ แล้วผมก็พบว่า มันเป็นภาพร่างใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่ง

ทันใดนั้น ผมก็เงยหน้าขึ้น พร้อมกับสายตาที่จับจ้องไปที่เธอ

เธอที่เคยยืนหันหลังให้ผม บัดนี้ยืนหันหน้ามาทางที่ผมยืนอยู่

ด้วยความมืดที่ขวางกั้นทำให้ผมสังเกตุใบหน้าเธอไม่ชัดเจน

แต่ผมก็รู้สึกได้ ถึงสายตาของเธอที่จ้องมองมาที่ผม

พร้อมกันนั้นเอง รอยยิ้มเล็กๆก็ได้ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเธอ

ทันใดนั้น ความทรงจำมากมายก็ได้หลั่งไหลเข้ามาสู่สมองของผม

เหมือนก๊อกน้ำที่ถูกเปิดอย่างรวดเร็ว หรือพูดให้ถูกกว่านั้น ถูกทำลายทิ้ง

อาการปวดเริ่มจู่โจมผมอีกครั้ง

ผมพยายามค้นหาความคิดในส่วนที่ผมต้องการ

ใช่! ความคิดเกี่ยวกับเธอ

แต่สิ่งที่ผมเจอ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ผมไม่ต้องการทั้งสิ้น

ความทรงจำยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

พร้อมๆกับอาการปวดหัวที่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

แต่ผมก็ยังไม่พบสิ่งที่ผมต้องการ

หรือ ผม จะไม่เคยรู้จัก เธอ มาก่อน

หรือ เธอ จะเป็นเพียงแค่สิ่งที่จิตใต้สำนึกผมสร้างขึ้นมา

อาการปวดหัวเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับจะระเบิดหัวของผมออกเป็นเสี่ยงๆ

ผมจ้องมองใบหน้าของเธอที่พร่ามัวผ่านความมืดอีกครั้ง

หูผมอาจจะฝาดไป แต่ผมได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของเธอลอยมา

ทันใดนั้น ก็เกิดแสงสีขาวส่องมาจากทุกหนทุกแห่ง

แล้วสายตาของผมก็หลงเหลือเพียงแค่

ความว่างเปล่า …

พฤษภาคม 14, 2008

ขนาน

Posted in เรื่องรัก, เรื่องสั้น tagged , , , , , , ที่ 9:54 pm โดย pakornkrit

1.

ฟ้าสีเทา คล้ายฝนจะตก หรือบางที อาจจะตกไปแล้ว

หรืออาจจะทั้งคู่ …

สยามเวลานี้ ผู้คนบางตากว่าทุกที

อาจเป็นเพราะความเฉอะแฉะของพื้นทางเดิน

หรืออาจเพราะเป็นเวลาบ่ายกว่าๆ ของวันกลางสัปดาห์

2.

ผม อยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของสยาม

2 ขาที่กำลังก้าวเดินไปอย่างไร้จุดหมาย

รู้สึกตัวอีกที

ผมก็พบว่า ตัวเองกำลังยืนอยู่หน้าบันไดเลื่อน

โดยไม่ทันได้คิด ได้ตัดสินใจอะไร

ขาขวาของผมก็ก้าวไปยังบันไดนั้นโดยอัตโนมัติ

ตามด้วยขาซ้าย ที่ก้าวตามไปติดๆ ราวกับเป็นหน้าที่

ขณะบันไดกำลังเลื่อนขึ้นอย่างเอื่อยเฉื่อย

ตั้งแต่เมื่อไหรไม่รู้่ ข้างๆผมมี เธอ ยืนอยู่

3.

เธอ ไม่เคยรู้จักผมมาก่อน

พอๆกับที่ ผม ไม่เคยรู้จักเธอมาก่อนเช่นกัน

เรา ต่างไม่รู้จักกัน แต่ยืนอยู่บนบันไดเลื่อนขั้นเดียวกัน

ผมจ้องมองไปที่ใบหน้าของเธอ และที่ดวงตาของเธอ

ดวงตาของเธอดูเหม่อลอย คล้ายกล้องที่ไม่ได้รับการปรับโฟกัสของภาพ

“เธอกำลังคิดอะไรอยู่นะ” คำถามเกิดขึ้นในหัวของผม

บันไดค่อยๆเลื่อนขึ้นไป อย่าง ช้า ช้า

พร้อมๆกับที่เวลาของ ผม และ เธอ ที่ค่อยๆถูกเผาไหม้ไป

4.

มีคนอีกเป็นล้านๆคน บนโลกใบนี้

แต่ ผม และ เธอ ได้มาอยู่บนบันไดขั้นดียวกัน ในเวลาเดียวกัน

“มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน!”

ความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ เกิดขึ้นกับผม

อาจเป็นเพราะบรรยากาศรอบๆตัว

หรืออาจเพราะท้องฟ้าสีเทาคล้ายจะร้องไห้ออกมา

หรือบางที อาจไม่มีเหตุผลใดเพียงพอ

5.

ผม จ้องมอง เธอ อีกเป็นครั้งที่ 2

ดวงตาของเธอยังคงเหม่อลอย ไปยังที่ใดซักที่หนึ่ง

อาจเป็นที่ที่ผมรู้จัก หรือ อาจเป็นที่ที่ผมไม่รู้จัก

บางที อาจเป็นที่ที่เธอไม่รู้จักด้วยซ้ำ

ระยะห่างที่กั้น ผม และ เธอ ให้ห่างกันในตอนนี้นั้น เพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตร

แต่ผมกลับรู้สึกว่า ระยะห่างนั้น มันกำลังขยับออกห่างขึ่น เรื่อย เรื่อย

บันไดยังคงเลื่อนต่อไปอย่าง ช้า ช้า ตามหน้าที่ของมัน อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

พร้อมกับเวลาของ ผม และ เธอ ที่ใกล้จะหมดลงเต็มที

สายลมอ่อนๆพัดมาปะทะใบหน้าของผม

พัดพาเอาความคิดบางอย่างหลุดลอยหายไป

6.

บันไดใกล้จะเลื่อนขึ้นถึงที่หมายแล้ว

ผมจ้องมองเธออีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้าย

บันไดเลื่อนขึ้นถึงที่หมาย

ผม และ เธอ ก้าวเหยีบพื้นเกือบจะพร้อมกัน

และต่าง แยก ย้าย ไปตามทางของ ตัวเอง

กุมภาพันธ์ 14, 2008

แคนโต้ แห่งความรัก (Feb/2008)

Posted in เรื่องรัก, แคนโต้ tagged , , , , , , ที่ 10:14 pm โดย mind expression

เนื่องด้วยเดือนนี้ เดือนกุมภาพันธ์ มีวันพิเศษอยู่วันนึง ซึ่งก็คือวันนี้ที่ blog นี้ได้ถูกเขียนขึ่นและได้รับการโพสลงไปครับ

  

เนื่องด้วยวัน วาเลนไทน์ เราจึงอยากชวนมาแต่งแคนโต้กันครับ แน่นอนว่าหัวข้อของแคนโต้ต้องเป็นเรื่อง “รัก” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สามารถแต่งมาได้ทุกรูปแบบเลยนะครับ จะเป็น + หรือ – ได้ทั้งนั้นครับ

    

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ