มกราคม 2, 2009

bon voyage

Posted in บทกวี tagged , , , , , , ที่ 12:33 am โดย pakornkrit

เพียงเสี้ยววินาทีผันผ่าน

จากปัจจุบันเปลี่ยนแปรสู่อดีต

จากอนาคตเปลี่ยนแปรสู่ปัจจุบัน

เหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำแสนสวยงาม

ให้หวนระลึกถึงยามเผชิญโศก

ความทรงจำ ที่ยังคงความสวยงามทุกครา

ที่เราเหลียวหลังมองย้อนกลับไป

ราวกับห้วงเวลานั้นไม่เคยจืดจางผ่่านพ้นไป แม้เวลาผ่านเท่าใด

ราวกับห้วงเวลานั้นยังคงเดินตามหลังเราอยู่ห่างๆ ตลอดเวลา

ราวกับห้วงเวลานั้นถูกสตัฟฟ์ไว้ ในพิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ

พิพิธภัณฑ์ที่พร้อมจะเปิดเสมอ ทุกคราที่เราต้องการจะเข้าไปเยี่ยมชม

ภายในพิพิธภัณฑ์ถูกตกแต่งด้วยความอบอุ่นแห่งอดีต

ประดับประดาด้วยแสงไฟนวลอ่อนสีชา

ราวกับอลิสที่กำลังเดินทางอยู่ในโลกสีซีเปีย

ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่างลงไปบนพื้นพรม

ต่างมีความทรงจำแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่

ย่างก้าวที่ยิ่งก้าวเดินออกไป

ราวกับกำลังนั่งชมหนังสาีรคดีชีวิตตนเองอยู่

สารดคีที่มีผู้ชมเพียงคนเดียว

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องจะน่าเบื่อเพียงใด

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องจะน่าตื่นเต้นเพียงใด

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องน่าจะดีใจเพียงใด

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องจะน่าเศร้าเพียงใด

ท้ายที่สุด หนังสารคดีเรื่องนี้ก็คงต้องจบลง

เมื่อนั้นคงถึงเวลาที่เราคงต้องลุกออกจากโรง

หลายครั้งหลายครา ที่เราไม่อยากจะลุกออกไป

ออกไปเผชิญกับความเป็นจริง

ที่รอวันถูกบรรจุลงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราก็ต้องลุกออกไป

ไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง

โลกที่ทุกสิ่งเกิดขึ้นและดับลงตรงหน้า

โดยหวังเอาไว้ลึกๆว่า

เมื่อไหร่ก็ตาม

ที่เสี้ยววินาทีหยุดเดิน

ที่เปลือกโลกหยุดการเคลื่นไหว

ที่หมู่ดาราหยุดเปล่งประกายแสง

เมื่อนั้น

เราคงได้พบกันอีก

Advertisements

สิงหาคม 11, 2008

สลัว

Posted in เรื่องรัก, เรื่องสั้น tagged , , , , , , , , ที่ 11:53 pm โดย pakornkrit

ความมืด

สิ่งแรกที่ผมสัมผัสได้

สิ่งแรก ……

แปลก

ทำไมผมจำอะไรก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย

ลองใช้ความพยายามอีกรอบ

ไม่ได้ผล

ความทรงจำของผมยังคงกลวงเปล่า

คล้ายกล้องที่ไม่ได้รับการบรรจุฟีลม์

หรือว่านี้คือความฝัน …

ผมเริ่มรวบรวมสติ แล้วเพ่งมองไปยังพื้นที่สีดำรอบตัว

เผื่อมีอะไรบางอย่าง …

อะไรบางอย่าง นอกเหนือจากตัวผมในพื้นที่กลวงเปล่าแห่งนี้

และผมก็สังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง ไม่ใกล้ ไม่ไกล จากจุดที่ผมอยู่

สายตาผมเริ่มทำงานหนักขึ้นเพื่อปรับความชัดของภาพในความมืด

แล้วผมก็เห็น เธอ ยืนอยู่ท่ามกลางความมืด

ภาพหญิงสาิวยืนหันหลังอยู่ปรากฏภายหน้าผม

แม้จะไม่ชัดเจนนัก แต่ผมกลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

คุ้นเคย …

เหมือนหัวสมองของผมจะคิดอะไรบางอย่างออก

แต่ก็คิดไม่ออก

หรือผมจะเคยรู้จักเธอมาก่อน

อาการปวดหัวเริ่มกัดกินความคิดของผม

ทำให้ผมต้องพยายามเปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่น

…..

5 เมตร …

จากการคำนวณอย่างหยาบๆของผม

พบว่าระยะห่างระหว่าง ผม และ เธอ คือ 5 เมตร

ยังไม่ทันได้ัคิด ได้ตัดสินใจอะไร

ขาของผมก็ก้าวไปข้างหน้า หวังเพียงเพื่อทำลายระยะห่างระหว่าง ผม และ เธอ

ก้าวแล้วก้าวเล่าที่เหยีบย่ำลงไปบนความมืด

แต่ระยะห่างระหว่าง ผม และ เธอ กลับยังคงเท่าเดิม

หรือผมอาจจะออกแรงน้อยเกินไป

ผมออกแรงก้าวเดินอีกครั้งโดยออกแรงให้มากกว่าเดิม

หยดน้ำเล็กๆมากมายเริ่มปรากฏตามผิวหนังของผม

แต่ผลที่ได้ก็เหมือนเดิม

ผมหยุดเดินและหันมาลองสังเกตุสิ่งอื่นๆดู เผื่อจะเจออะไรอย่างอื่น

อะไรอย่างอื่น ในความมืดมิดแห่งนี้ ที่สามารถโยงไปถึงเธอได้

แต่ก็ไม่พบสิ่งใดๆ หรือแม้แต่ใครอยู่เลย

ภายในห้วงความมืดแห่งนี้ มีเพียง ผม และ เธอ

หรือผมควรตะโกนเรียกเธอ

ชื่อ …

ความเจ็บปวดกัดกินความคิดผมอีกครั้งที่ผมพยายามนึกถึงชื่อของเธอ

และมันเจ็บปวดกว่าครั้งแรก

ผมพยายามไม่นึกถึงชื่อของเธอ และลองตะโกนเรียกเธอ

ตามที่ผมคาดไว้ ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมา

ผมเริ่มหมดหวัง และทรุดตัวลงนั่ง

เธอ ยังคงยืนนิ่ง อยู่ที่เดิม

หรือทั้งหมดนี้จะเป็นเพียงแค่ความฝันจริงๆ

ถ้างั้นแล้วผมควรจะต้องทำอะไรต่อไป

หรือผมมีหน้าที่แค่ จ้องมองเธอที่ผมคุ้นเคย จากระยะ 5 เมตร

แล้วปล่อยให้เวลาฉุดผมให้ตื่นขึ้น

ใช่! เวลา

เร็วเท่าความคิด สายตาผมก็จับจ้องไปที่นาฬิากาบนข้อมือของตัวเอง

เข็มสั้นชี้ที่เลข 9 ส่วนเข็มยาวชี้ที่เลข 11

แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ

ผมลุกขึ้นยืนและเริ่มสำรวจตัวเองดูว่ามีอะไรติดตัวมาบ้าง

นอกจากนาฬิกาข้อมือที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

ผมก็พบเพียงเศษกระดาษ ที่บรรจุข้อความจากลายมือที่ผมไม่คุ้นเคย

ผมพยายามอ่านข้อความจากลายมือนั้น แต่ก็ไม่สำเร็จ

หรือมันไม่ใช่ข้อความ

ผมลองมองมันอีกครั้ง พบว่ามันเป็นภาพร่างจากลายเส้นหยาบๆ

สมองของผมเริ่มปรับลายเส้นต่างๆให้เข้าที่ แล้วผมก็พบว่า มันเป็นภาพร่างใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่ง

ทันใดนั้น ผมก็เงยหน้าขึ้น พร้อมกับสายตาที่จับจ้องไปที่เธอ

เธอที่เคยยืนหันหลังให้ผม บัดนี้ยืนหันหน้ามาทางที่ผมยืนอยู่

ด้วยความมืดที่ขวางกั้นทำให้ผมสังเกตุใบหน้าเธอไม่ชัดเจน

แต่ผมก็รู้สึกได้ ถึงสายตาของเธอที่จ้องมองมาที่ผม

พร้อมกันนั้นเอง รอยยิ้มเล็กๆก็ได้ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเธอ

ทันใดนั้น ความทรงจำมากมายก็ได้หลั่งไหลเข้ามาสู่สมองของผม

เหมือนก๊อกน้ำที่ถูกเปิดอย่างรวดเร็ว หรือพูดให้ถูกกว่านั้น ถูกทำลายทิ้ง

อาการปวดเริ่มจู่โจมผมอีกครั้ง

ผมพยายามค้นหาความคิดในส่วนที่ผมต้องการ

ใช่! ความคิดเกี่ยวกับเธอ

แต่สิ่งที่ผมเจอ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ผมไม่ต้องการทั้งสิ้น

ความทรงจำยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

พร้อมๆกับอาการปวดหัวที่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

แต่ผมก็ยังไม่พบสิ่งที่ผมต้องการ

หรือ ผม จะไม่เคยรู้จัก เธอ มาก่อน

หรือ เธอ จะเป็นเพียงแค่สิ่งที่จิตใต้สำนึกผมสร้างขึ้นมา

อาการปวดหัวเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับจะระเบิดหัวของผมออกเป็นเสี่ยงๆ

ผมจ้องมองใบหน้าของเธอที่พร่ามัวผ่านความมืดอีกครั้ง

หูผมอาจจะฝาดไป แต่ผมได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของเธอลอยมา

ทันใดนั้น ก็เกิดแสงสีขาวส่องมาจากทุกหนทุกแห่ง

แล้วสายตาของผมก็หลงเหลือเพียงแค่

ความว่างเปล่า …