ธันวาคม 14, 2008

fullmoon lullaby

Posted in บทกวี tagged , , , , , ที่ 12:19 am โดย pakornkrit

ลมหายใจรวยรินอันเบาบาง

คละคลุ้งปนเปกับไอยะเยือกแห่งฤดูกาล

ห้วงอารมณ์เก่าๆ ยังคงหลอกหลอน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สรรพสิ่งซึ่งเคยชัดแจ้ง กลับพร่ามัวลง

ราวกับสติที่มีเหลืออยู่เพียงน้อยนิดจะขาดสะบั้นลง ในชั่วพริบตา

เสียงอื้ออึงแห่งค่ำคืนอันอ้างว้าง ทะลุทะลวงทุกโสตประสาท

ปฏิกริยาตอบสนองระงับการทำงานลง โดยไม่มีสาเหตุ

กลุ่มก้อนความหวังมากมาย ระเหยหายไป อย่างไม่มีหนทางหวนกลับ

เหลือทิ้งไว้เพียงซากศพอันว่างเปล่า

ดั่งไม้ผลเปลือกสวยสด ปราศจากเนื้อในแสนหวาน

ดั่งบุบฝาบานสะพรั่ง ปราศจากหมู่แมลงดอมดม

ดั่งมหาสมุทรแสนเย็นช่ำ ปราศจากซึ่งสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

ดั่งจันทราสกาวแสนขาวนวล ปราศจากสายตาใดๆจับจ้องเพ่งมอง

โฆษณา

ตุลาคม 15, 2008

นิทานจันทรา

Posted in ปรัชญา, เรื่องสั้น tagged , , , , , ที่ 11:51 pm โดย pakornkrit

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว

มีดาวอยู่ดวงหนึ่ง ที่มิได้เป็นดวงบริวารของดาวดวงใด

ดาวดวงนั้นมีลักษณะเด่นคือ แสงขาวนวลที่สุกสว่างเต็มใบตลอดเวลา

ด้วยเหตุนี้ จึงกลายเป็นที่หมายปอง และที่อิจฉาจากหมู่ดาวดวงอื่นๆ มากมาย

เพราะความงดงามสีขาวนวลนั้น หาดาวไหนๆเทียบได้ไม่มี

ทว่า ในความเป็นจริงแล้ว

ดาวดวงนั้นกลับไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย

“ไฉนเลย ฉันจึงไม่มีเพื่อนแม้ซักคน” ดาวดวงน้อยรำพึงกับตนเองอยู่บ่อยครั้ง

จนอยู่มาวันหนึ่ง

มีดาวตกดวงหนึ่ง ร่วงลงกระแทกสู่พื้นผิวดาวดวงน้อย

ดาวดวงน้อยได้เห็นดาวตกที่เดินทางผ่านหมู่ดาวมามากมาย จึงคิดว่า ดาวตกอาจจะมีคำตอบในสิ่งที่ตนสงสัย

จึงได้ลองเอ่ยถามกับดาวตก ถึงสาเหตุแห่งความโดดเดี่ยวของตน

“ท่านดาวตก ท่านพอจะตอบข้อสงสัยของข้าสักข้อนึงได้หรือไม่”

“ตัวข้านั้น เดินทางมาทั่วทั้งจักรวาล ไ่ม่มีสิ่งใดที่ข้าไม่ล่วงรู้ เชิญเจ้าถามมาได้เลย” ดาวตกตอบ

“ข้าอยากทราบว่า ไฉนเลย จึงไม่มีดาวดวงไหนโคจรเข้ามาใกล้ตัวข้าได้เลย”

“ดาวต่างๆที่พยายามโคจรมาใกล้ข้า กลับสิ้นแสงลงแทบทั้งสิ้น”

“ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด”

ดาวตกครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าหนักแน่น

“สาเหตุนั้น ตัวเจ้าเองนั้นก็น่าจะรู้อยู่แล้ว”

“เหตุที่ดาวต่างๆพลันสิ้นแสงเมื่อพยายามเข้าใกล้เจ้านะหรือ”

“นั้นก็เพราะว่า ดาวเหล่านั้นถูกแสงของเจ้าบดบังจนหมดสิ้นยังไงล่ะ”

ดาวดวงน้อยเมื่อได้ทราบความจริงดังนั้น ก็พลันปรากฎความเศร้ามากมายเกาะกุมไปทั่วทั้งใบหน้า

ดาวตกเพ่งมองความเศร้าของดาวดวงน้อยอยู่ครู่หนึ่ง

แล้วจึงเอ่ยออกมาว่า

“แต่ก็พอจะมีวิธีอยู่บ้าง”

“จริงหรือท่าน!”

“แต่ทว่า เจ้าก็ต้องสูญเสียบางอย่างไป เป็นการแลกเปลี่ยนเช่นกัน”

ดาวตกเว้นช่วงคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยต่อ

“เจ้ายังต้องการจะฟังต่ออีกหรือไม่”

“ข้าต้องการจะฟังต่อ” คำตอบที่แฝงไว้ด้วยน้ำเสียงที่ดูหนักแน่นขึ้นกว่าแต่ก่อน

“วิธีการมีอยู่่ว่า ให้เจ้า ไปเป็นดาวบริวารของดาวใดซักดวงนึง”

“เมื่อนั้นแล้วเจ้าก็จำต้องโคจรตามแรงโน้มถ่วงของดาวดวงนั้น”

“และเมื่อใดก็ตามที่เจ้าโคจรไปอยู่ด้านหลังดาวดวงนั้น”

“แสงอาทิตย์ก็จะไม่สามารถส่องมาถึงตัวเจ้าได้”

“เมื่อนั้น หมู่ดาราต่างๆก็สามารถเข้ามาใกล้เจ้าได้ โดยมิถูกแสงของเจ้าบดบัง”

“ทว่า สิ่งที่เจ้าต้องสูญเสียไปเป็นการแลกเปลี่ยนนั้นก็คือ พลังของตัวเจ้าเองก็จะอ่อนแรงลงเช่นกัน”

“ยิ่งพลังของเจ้าอ่อนแรงลงมากเท่าใด หมู่ดาวเหล่านั้นก็สามารถเข้าใกล้เจ้าได้มากขึ้นเท่านั้น”

“ได้ฟังเช่นนั้นแล้ว เจ้ายังยืนยันคำตอบเดิมอยู่หรือไม่”

สิ้นเสียงคำถามของดาวตก ก็ปรากฎคำตอบจากดาวดวงน้อยขึ้นแทบจะในทันที

คำตอบนั้นก็คือ

“……….”