กุมภาพันธ์ 26, 2011

2011

Posted in กระดาษทด ที่ 10:03 am โดย abdunng

หายไปนานไม่รู้ใครจำอะไรกันได้ไหม พวกผมก็หายกันไปนานเลย ต่างคนก็ต่างไปมีชีวิตของตัวเอง ก็เรียนนั่นแหละครับ ปีนี้พวกผมส่วนใหญ่ก็จะจบกันแล้ว

….

 ใครอาจจะงงหรือไม่งง (เพราะไม่มีใครเข้ามาอ่านให้งง)ว่าอยู่ๆทำไมถึงกลับมาเขียน จริงๆแล้วก็ไม่กะจะกลับมาเขียนหรืออะไรหลอกนะ พอดีตัวcommentในบทความหนึ่งๆมันขึ้นมาpendingผมเลยประมาณว่า “เออ นานแล้วนะที่ไม่ได่เข้ามาเลย” เลยเข้ามาซะหน่อย และประจวบเหมาะกับที่พอดีผมไปไหนไม่ได้เพราะขาหัก เลยมาเขียนอะไรซะหน่อย

 …

 จริงๆก็ใช่ว่าจะว่างอะไรมากนะ อีกสองอาทิตย์ก็สอบแล้ว แต่พอดีโรคขี้เกียจกำเริบเลย เออเห็นมันว่างๆมาตั้งแต่ปี2009แล้วลงอะไรให้มันซะหน่อย … ตัดจบเลยละกัน ขี้เกียจเขียนละ เดี๋ยวต้องไปเรียนก่อนนะครับ

ตุลาคม 11, 2009

มนุษย์

Posted in แคนโต้ tagged , , , , ที่ 9:37 pm โดย pakornkrit

เพียงเศษผง

หากมองจาก

ห้วงอวกาศ

—–

เพียงสัตว์ป่า

หากมองจาก

สันดานดิบ

—–

เพียงก้อนเนื้อเดินได้

หากมองจาก

การใช้ชีวิต

สิงหาคม 23, 2009

ความทึมเทาของเปลือกสีหม่น

Posted in บทกวี, ปรัชญา tagged , , , , , , , , , ที่ 11:00 pm โดย pakornkrit

ใครบางคนผู้นั้น

เร้นกายในเงามืด

ซ่อนเนื้อในไว้หลังฉาก

ปกคลุมสิ่งโสมมด้วยผิวผ่องใส

ภายนอกคือรอยยิ้มแสนจอมปลอม

ภายในคือตุ่มหนองแสนเน่าเฟะ

รอวันน้ำเหลืองสาดกระเซ็น

สิ่งที่หลงเหลืออยู่ภายในคือความลวงหลอก

ความลวงหลอกที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่เว้น

ดั่งเนื้อร้ายที่กัดกินสู้เนื้อใน

ลุกลามแพร่กระจายดั่งไฟพิโรธ

แผดเผาวอดวาย มลายสิ้น

เหลือไว้พียง ผงธุลีในสายลม

หรือทั้งหมดคือมายาภาพ

แท้จริงแล้ว สิ่งใดจริง สิ่งใดลวง

ใครเล่าจะตอบได้

ฤ ทั้งหมดคือสิ่งลวงตา

ฤ วันวานไม่เคยมีอยู่จริง

ฤ อนาคตเป็นเพียงคำปลอบใจ

ฤ ทั้งหมด เป็นแค่ฉากที่ข้ากำหนดมันขึ้น เพื่อดับชีวิตตัวข้าเอง

ฤ กลับเป็นตัวข้านั้นเองที่แสน …ว่างเปล่า…

มิถุนายน 25, 2009

Home coming

Posted in กระดาษทด tagged , , ที่ 11:19 pm โดย abdunng

หลังจากที่ห่างเหินไปนาน
ช่วงที่นักโพสหลายๆคนของmeไม่ว่าง หรือห่างไปจากคีนานนั้น จะจบลงในเร็วๆนี้แล้ว หลายๆคนคงจะไม่ได้เข้ามาดูแล้ว ไม่เจออะไรใหม่ก็คงไม่เข้ามาอีกแล้ว หรือหลายๆคนที่เข้ามาหลายๆรอบก็คงจะเลิกเข้าเพราะ “แม่งไม่สงสัยเลิกทำ”อะไรประมาณนี้

เขียนไปก็เท่านั้นเอาเป็นว่า เราจะไม่จบลงแค่การหายไปเราจะกลับมาใหม่อีกครั้ง เพราะเรากลับมาแล้ว

โปรดติดตามตอนต่อไป

มกราคม 17, 2009

เอกลักษณ์

Posted in ปรัชญา ที่ 8:57 am โดย abdunng

คำว่าเอกลักษณ์ตามราชบัณฑิตยสถานนั้น หมายความว่าลักษณที่เหมือนกันหรือร่วมกัน ไม่ค่อยจะตรงกับความหมายในใจของผมนัก ไม่สิความหมายที่ผมรู้จักโดยประสบการณ์ดูจะไม่เหมือนกับความหมายจริงๆที่ได้กำหนดไว้ซักเท่าไหร่

เอกลักษณ์ตรงกับคำว่า Identityในภาษาอังกฤษ ซึ่งก็มีความหมายอีกว่า บุกคลิกลักษณะ

ซึ่งในความหมายนี้ตรงกับความหมายที่ผมคิดเอาไว้ในใจของผม

แล้วเอกลักษณ์นี่มันคืออะไรละ -สำหรับผมเอกลักษณ์คือสิ่งที่แสดงความเป็นตัวตนของบุคคลนั้นๆออกมาโดย ไม่จำเป็นต้องบรรยายออกมาเป็นคำพูดก็ได้ หรือจะบรรยายออกมาก็ได้ โดยตัวมันเองแล้วเอกลักษณ์คือการแสดงออกมาโดยความไม่ตั้งใจ ความเคยชิน หรือจิตใต้สำนึก

เราสามารถที่จะสร้างเอกลักษณ์ได้หรือเปล่า?

ได้ เป็นคำตอบที่ผมบอกกับตัวเอง แต่ในความพยายามในการสร้างเอกลักษณ์แล้ว เราต้องพยายามทำยังไง

หลายๆคนที่พยายาม และสำเร็จในการสร้างเอกลักษณ์โดยที่ตัวเองรู้ตัวนั้นมักจะนำเอกลักษณ์บางส่วนของคน อื่นๆมาผสมรวมกัน จนออกมาเป็นของเราเอง ไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ก็ตาม แต่จริงๆแล้วเอกลักษณ์ที่มีมาแต่เดิมเอกลักษณ์ของเราก็อาศัยการลอกเลียนแบบจากคนอื่นเหมือนกันไม่ใช่หรือ เราอาจจะไม่รู้ตัวเพราะมันคือสภาพแวดล้อมที่เราโตขึ้นมา

เอกลักษณ์ และนิสัยของเรานั้นสามารถบอกได้ว่าคนรอบตัวเรา และการแสดงออกของคนรอบตัว ต่อเรานั้นเป็นเช่นไร

แล้วคุณมีเอกลักษณ์ที่พึงพอใจรึเล่า ผมรู้ว่าผมผมนะพอใจ

มกราคม 2, 2009

bon voyage

Posted in บทกวี tagged , , , , , , ที่ 12:33 am โดย pakornkrit

เพียงเสี้ยววินาทีผันผ่าน

จากปัจจุบันเปลี่ยนแปรสู่อดีต

จากอนาคตเปลี่ยนแปรสู่ปัจจุบัน

เหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำแสนสวยงาม

ให้หวนระลึกถึงยามเผชิญโศก

ความทรงจำ ที่ยังคงความสวยงามทุกครา

ที่เราเหลียวหลังมองย้อนกลับไป

ราวกับห้วงเวลานั้นไม่เคยจืดจางผ่่านพ้นไป แม้เวลาผ่านเท่าใด

ราวกับห้วงเวลานั้นยังคงเดินตามหลังเราอยู่ห่างๆ ตลอดเวลา

ราวกับห้วงเวลานั้นถูกสตัฟฟ์ไว้ ในพิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ

พิพิธภัณฑ์ที่พร้อมจะเปิดเสมอ ทุกคราที่เราต้องการจะเข้าไปเยี่ยมชม

ภายในพิพิธภัณฑ์ถูกตกแต่งด้วยความอบอุ่นแห่งอดีต

ประดับประดาด้วยแสงไฟนวลอ่อนสีชา

ราวกับอลิสที่กำลังเดินทางอยู่ในโลกสีซีเปีย

ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่างลงไปบนพื้นพรม

ต่างมีความทรงจำแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่

ย่างก้าวที่ยิ่งก้าวเดินออกไป

ราวกับกำลังนั่งชมหนังสาีรคดีชีวิตตนเองอยู่

สารดคีที่มีผู้ชมเพียงคนเดียว

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องจะน่าเบื่อเพียงใด

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องจะน่าตื่นเต้นเพียงใด

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องน่าจะดีใจเพียงใด

แม้บางฉากบางตอนของเรื่องจะน่าเศร้าเพียงใด

ท้ายที่สุด หนังสารคดีเรื่องนี้ก็คงต้องจบลง

เมื่อนั้นคงถึงเวลาที่เราคงต้องลุกออกจากโรง

หลายครั้งหลายครา ที่เราไม่อยากจะลุกออกไป

ออกไปเผชิญกับความเป็นจริง

ที่รอวันถูกบรรจุลงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราก็ต้องลุกออกไป

ไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง

โลกที่ทุกสิ่งเกิดขึ้นและดับลงตรงหน้า

โดยหวังเอาไว้ลึกๆว่า

เมื่อไหร่ก็ตาม

ที่เสี้ยววินาทีหยุดเดิน

ที่เปลือกโลกหยุดการเคลื่นไหว

ที่หมู่ดาราหยุดเปล่งประกายแสง

เมื่อนั้น

เราคงได้พบกันอีก

ธันวาคม 14, 2008

fullmoon lullaby

Posted in บทกวี tagged , , , , , ที่ 12:19 am โดย pakornkrit

ลมหายใจรวยรินอันเบาบาง

คละคลุ้งปนเปกับไอยะเยือกแห่งฤดูกาล

ห้วงอารมณ์เก่าๆ ยังคงหลอกหลอน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สรรพสิ่งซึ่งเคยชัดแจ้ง กลับพร่ามัวลง

ราวกับสติที่มีเหลืออยู่เพียงน้อยนิดจะขาดสะบั้นลง ในชั่วพริบตา

เสียงอื้ออึงแห่งค่ำคืนอันอ้างว้าง ทะลุทะลวงทุกโสตประสาท

ปฏิกริยาตอบสนองระงับการทำงานลง โดยไม่มีสาเหตุ

กลุ่มก้อนความหวังมากมาย ระเหยหายไป อย่างไม่มีหนทางหวนกลับ

เหลือทิ้งไว้เพียงซากศพอันว่างเปล่า

ดั่งไม้ผลเปลือกสวยสด ปราศจากเนื้อในแสนหวาน

ดั่งบุบฝาบานสะพรั่ง ปราศจากหมู่แมลงดอมดม

ดั่งมหาสมุทรแสนเย็นช่ำ ปราศจากซึ่งสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

ดั่งจันทราสกาวแสนขาวนวล ปราศจากสายตาใดๆจับจ้องเพ่งมอง

ธันวาคม 13, 2008

ขอทาน

Posted in กระดาษทด ที่ 10:46 pm โดย abdunng

เราๆเคยได้รับคำเตือนจากทั้งทางทีวีหรือคนใกล้ชิดว่า อย่าไปให้คนขอทาน

แล้วทำไมเขาเหล่านั้นถึงได้บอกกับเราแบบนั้นหละ ตรงจุดนี้ก็คงเป็นจากการที่สื่อหลายรายการเคออกอากาศว่าเบื้องหลัง คนขอทานเหล่านี้นั้นมีกลุ่มคนที่คอยควบคุมอยู แล้วคอยไปลักพาตัว หรือทำร้ายทางร่างกายจนไม่เป็นเหมือนปกติชนทั่วไป แล้วจึงจับมานั่งขอทาน

หรือบางคนก็บอกว่าพวกนี้ขี้เกียจ ไม่ยอมทำการทำงาน เป็นพวกเห็นแก่ตัว เป็นภาระของสังคม

แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆซักกี่ราย ขอทานหลายคนก็เป็นคนที่จนจริงๆแล้วการที่เราเอาเงินที่แทบจะไม่ได้มีความหมาย และใครๆหลายๆคนไม่คิดจะหยิบขึ้นมาด้วยถ้าทำตก หรือเดินผ่านไปแบบไม่สน ให้ไปมันก็การทำบุญอย่างหนึ่ง แล้วไม่ต้องพูดว่าผลกรรมดีในครั้งนี้จะส่งผลต่อการกระทำและช่วยเรา แต่มันคือการยกระดับของคนให้อีกแบบหนึ่ง ผมว่ามันก็เหมือนกับวิธีการจจรโลงใจอย่างหนึ่ง เพราะไงๆให้ไปก็คงไม่มีใครมาคิดเล็กคิดน้อยว่าไม่น่าให้เลย

ผว่าคนท่คิดแบบข้างต้นเป็นคนที่แทบไม่เหลือเค้าเดิมของตอนที่ตัวเองเป็นเด็กแล้วพูดว่า ผมอยากเป็นทหารจะได้ป้องกันประเทศ เทือกนี้ไปแล้ว

ผมเคยอ่านในหนังสือเล่มหนึ่งเขียนไว้ว่า บางทีการที่ประเทศหนึ่งประเทศใดมีขอทานเยอะหรือน้อยนั้นอาจจะเป็นตัวบ่งได้ว่าคนในประเทศนั้นยังมีความเอื้อเฝื้อ ความสงสาร และความเห็นใจอยู่มากแค่ไหน

การอ่านใจ

Posted in นอกเรื่อง, สังคม, เรื่องสั้น ที่ 10:30 pm โดย PP@UL

สำหรับผมนะ การอ่านใจผมคิดว่าเป็นสิ่งหรือความสามารถพิเศษที่ใครนั้นก็อยากมี เพราะการที่เรา
อ่านใจคนอื่นได้  มันก็อาจจะช่วยทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตได้ดีขึ้น เราจะสามารถได้ยินความคิดของคนอื่นที่อยู่รอบๆตัวเราอะไรที่เป็นจริงออกมาในขณะที่เค้าคุยกับเราหรือไม่ก็ตาม ซึ่งต่างจากคำพูดที่คนเค้าพูดกับเราอีกอย่างนึง ปากกับใจไม่ตรงกัน แต่บางครั้งการอ่านใจนั้นบางครั้งมันก็อาจจะเป็นเรื่องที่เราเองนั้นไม่อยากจะรับรู้ บางครั้งมันก็เป็นเสียงที่ก้องอยู่ในหัวว่าคนนั้นคิดอะไรคนคนนู้นคิดอย่างไร แต่ผมคิดว่าการอ่านใจคนอื่นได้นั้น มันก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าอภิรมย์ซักเท่าไหร่ เพราะถ้าเกิดมนุษย์ทุกนะสามารถอ่านใจคนอื่นได้คงไม่มีใครอยากจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มหรอก นั้นก็เพราะมนุษย์อยู่ด้วยกันได้ด้วยการโกหก การที่เรานั้นไม่รู้ความคิดของคนอื่นมันจะเป็นการดีซะกว่า เพราะคนที่จริงใจจริงๆ พูดได้ตรงอย่างที่ใจคิดนั้นหายากนะครับ ในโลกนี้

พฤศจิกายน 25, 2008

ไม่เกี่ยวกับเรา

Posted in เรื่องเล็ก tagged , ที่ 11:19 pm โดย lljtheone

Onitsukaหรือลาคอสดีวะ สี่พันเท่ากันแลือดกำลังนองลย

เห้ยไปกินเค้กระสุนออกจากปืนกนีลกันมั้ยวะ

อะไรวะหงส์แดงแพ้อีกบ้านเมืองระส่ำแล้วหรอ อ่อนสาดด

ทำไงดีวะคะแนนวิชานี้โการเมืองแตกแยกคดแย่เลย อดเอช้วนแน่เลยกุ

เห้ยมึงเห็นเด็กบัญชีมั้ยวะ โไฟกะลังลุกไหม้กลางท้องถนนคดน่ารักเลย

เลือดคนไทยเป็นสองสี และกำลังนองอยู่บนพื้นถนน

แต่ไระเบิด มือที่สาม อาพีจี ชนบท ขวาใหม่ พลังมวลชน อารยะขัดขืน ประชาธิปไตย การเมืองใหม่ ชีวิตคน ความตายบนถนนม่เกี่ยวกับเรา…..

หน้าต่อไป